นับเป็นเวลาเกือบอาทิตย์ ที่ผมนั่งจ้องบล็อคของตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรลงไปดี
ในเมื่อชีวิตสองเดือนที่ผ่านมา มันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
ผมนั่งลง จุดบุหรี่สูบ แล้วเริ่มพิมพ์ตัวอักษรที่ไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร



ผมเรียนจบแล้วครับ

ผมอยากบอกทุกคนที่ผมเจอ แม้กระทั่งแม้ค้าขายกาแฟที่ผมซื้อกินทุกเช้าก่อนขึ้นรถเมล์ไปคณะ
ถามว่าชีวิตช่วงที่ผ่านมามันเป็นอย่างไรบ้าง ก็คงตอบได้แค่ว่ามันหนักและเหนื่อยมาก
และสุดท้ายมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพียงเพราะผมไปมัวหลงทางอยู่กับอะไรบางอย่าง ตั้งแต่เริ่มต้น จนวินาทีสุดท้าย
ผมก็ยังเจอเรื่องสับสนทุกข์ใจจากเรื่องของหัวใจ เข้ามายุ่งวุ่นวาย จนผมอดที่จะคิดไม่ได้
ได้แต่พยายามทำเวลาปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่านั้น

ผมเรียนจบมาด้วยความรู้สึกเบลอๆ
ไม่รู้ว่าตัวเองได้ลงแรงไปเต็มที่หรือเปล่า หรือว่าเหนื่อยเพราะใจไม่แข็งแรงพอไปเอง
พอเห็นเพื่อนๆได้คะแนนดีกัน ก็บอกตัวเองว่ากูยังดีกว่าคนอื่นอีกตั้งเยอะ ทีสิสไม่ได้กำหนดชีวิตมึงทั้งชีวิตนะเว้ย

ใช่ ทีสิสไม่ได้กำหนดชีวิตเราทั้งชีวิต

มันก็แค่ครั้งหนึ่งที่เราจะเป็นจะตายกับมัน แต่เมื่อผ่านมาแล้วมันก็เป็นอะไรเพียงนิดเดียว
เหมือนกับการสอบเอนทรานซ์นั่นแหละ

อาจจะดูน่าขัน ถ้าผมจะบอกว่าผมได้เกรด B+
แน่นอน นี่ถือว่าเป็นเกรดที่ดีมากๆแล้วหล่ะ
แต่สำหรับคนอย่างผมที่ได้ A วิชาออกแบบมาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่ง
มันก็แค่เสียดายน่ะ

แต่ ทีสิสไม่ได้กำหนดชีวิตเราทั้งชีวิต

ปล.ไปแอบดูงานวิทยานิพนธ์ของผมได้ที่ bo1812.multiply.com ครับ



พบเจอและลาจาก

ในชีวิตทุกคน ผมเชื่อว่าคงต้องเคยรู้จักใครสักคน ที่กอดคอไปไหนต่อไหน รับฟังกันทุกอย่าง แต่พอมาถึงเวลาที่ต้องแยกจาก ก็อาจไม่ได้เจอกันอีกเลย จากเพื่อนสนิท อาจกลายเป็นแค่เพื่อน คนรู้จัก จนวันนึงเราอาจจะจำหน้าหรือชื่อเค้าไม่ได้ด้วยซ้ำ

ทำไมต้องเป็นอย่างนั้นด้วยนะ

ผมเองบางครั้ง เมื่อเจอเพื่อนที่ครั้งนึงเคยรู้จัก เดินผ่านกันตามห้างหรือบนรถไฟฟ้า ผมจะพยามเดินหนีพวกเค้าซะ เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้าแค่การพูดว่า "เป็นยังไงบ้าง""ทำอะไรอยู่" แล้วกระอักกระอ่วนที่จะพูดจากันต่อ

ผมไม่รู้ว่าเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันห้าปี ต่อไปใครจะไปทำอะไรกันบ้าง มันจะแยกย้ายยิ่งกว่าตอนมัธยมไหม แล้วถ้าเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง เราจะเปิดใจพูดจากันเหมือนอย่างที่เป็นอยู่มั๊ยนะ

ผมแค่ต้องกลัวการลาจาก

เพียงวันนี้ ผมได้คุยกับเพื่อนคนนึง ที่ลบเบอร์ผมออกจากมือถือไป
เค้าอาจคิดว่าผมกำลังมีเพื่อนคนใหม่ หรือลืมความสำคัญของเค้าไปแล้ว
แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย และผมเสียใจมากๆที่ปฏิเสธความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนที่ผมมีใจให้

สุดท้าย ผมก็แค่กลัวการลาจาก



ตัวสำรอง

ผมเคยนั่งอยู่ข้างสนามรักบี้ เห็นเพื่อนตัวเองกำลังแข่งและชนะ ทุกคนเข้าไปกอดคอดีใจกัน แต่สุดท้ายชัยชนะนั้นผมไม่ได้มีส่วนร่วมเลยแม้แต่นิด และกลับมาคิดว่าก็เพราะตัวเองเป็นแค่ตัวสำรอง สมควรจะได้รับการปรบมือยกย่องเช่นนี้หรือ

มีสองตัวเลือก
คือผมจะต้องพยามซ้อมให้หนักจนเป็นตัวจริงให้ได้
หรือยอมรับสภาพตัวสำรองนั้นซะ เมื่อเพื่อนเจ็บก็เข้าไปเล่นแทน และดีใจด้วยกัน เพราะเราเป็นทีมเดียวกัน

ใช่ ผมเลือกอย่างที่สอง และผมภูมิใจกับมัน

แต่นั่นคือเกมกีฬา

เพราะกับความรักมันไม่ใช่ ไม่มีใครอยากเป็นตัวสำรอง
จะโทรหาได้เมื่อคุณไม่อยู่กับแฟน จะไปเที่ยวกับคุณได้เมื่อแฟนคุณไม่อยู่

ผมเจอเรื่องเช่นนี้มาสองครั้งติดต่อกัน
ผมเผลอใจรักใครง่ายไปนั่นเอง

แต่ทั้งสองครั้งมันต่างกัน

เพราะครั้งแรก เขาวางตัวให้ผมรู้ว่าผมมีสถานะเพียงแค่เพื่อน พยามไม่ให้ผมคิดอะไรมากกว่านั้น
และผมพยามตัดใจจากเค้า จนมาเจอกับอีกคนหนึ่ง
ที่คราวนี้เข้าทั้งแสนดี น่ารัก เข้าใจผมทุกอย่าง และคิดถึงผม อยากอยู่กับผม
แต่เพราะเขามีแฟนแล้ว (และที่แย่กว่าคือเขาอยู่ห้องเดียวกับแฟน)

มันเป็นความเขลาของผมเอง ที่เผลอปล่อยใจไปรักเขา และก็ต้องมาเจ็บเองอยู่แบบนี้
แต่ก็ดีที่พยามหนีตัดใจมาซะก่อน

ผมเองไม่อยากเป็นตัวสำรองครับ



ตราบาป

คุณเคยทำเรื่องเลวร้ายแบบที่ไม่ควรให้อภัยมั๊ยครับ
จนทุกคนตราหน้าว่าคุณเป็นคนชั่ว จนไม่สามารถสบตาใครได้อีก

ผมตกอยู่ในสภาวะนั้นเกือบหนึ่งปี

และสภาวะนั้นยังไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ผมไม่หนีไปจากสังคมนี้

มีเพื่อนหลายคนมาปลอบและพยามเข้าใจในจุดที่ผมเป็น
แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี

สิ่งสุดท้ายที่ผมทำได้ตอนนี้ คือพยามทำตัวเป็นคนดีให้ได้มากที่สุด สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออยู่

แต่ผมมีความเชื่ออยู่อย่างนึงว่า ความผิดพลาดในคราวนั้น เป็นครูสอนผมครั้งใหญ่
ให้ผมเลิกใช้ชีวิตในแบบที่เป็นอยู่ และควบคุมตนเองไม่ให้ไปทำร้ายใครอีก
ผมจะพยามเป็นคนใหม่ให้ได้ครับ

ไม่ว่าคุณจะได้อ่านหรือไม่ ผมอยากขอโทษคุณจากทั้งหมดของจิตใจ
และสิ่งสุดท้ายที่ผมทำได้ตอนนี้ คือพยามทำตัวเป็นคนดีให้ได้มากที่สุด สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ครับ



ผมจะไปทางไหนดีครับ

เหมือนผมเดินมาตามถนน แม้บางทีจะเดินออกไปบ้างแต่ก็รู้ว่าจะกลับมาที่ไหน
แต่ตอนนี้เหมือนผมเดินออกมาสุดถนน และเจอทุ่งกว้าง

ผมจะไปทางไหนดีครับ

มันกว้างเกินไปสำหรับผม หรือผมไม่กล้าเดินต่อไปยังข้างหน้ากันแน่

คงจะดีและคงอุ่นใจ ถ้ามีใครสักคนจับมือเดินไปด้วยกัน
ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนครับ



Falling Slowly - Ost.Once

ปล.ผมเปลี่ยนตีมใหม่แล้วนะครับ เพราะตีมเก่ามันซึมเศร้าไปหน่อย ถ้าใครยังเห็นเฮดสีดำกด f5 ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จะเศร้าไปไหนอ่ะพี่โบ้...ความเคว้งมันไม่ครอบคลุมเราไปได้ตลอดแหละ ถึงมีคนบอกว่าให้อดทนวันที่ฝนพรำ (แต่ช่วงนี้มันเริ่มอ้าวๆแล้วเนอะ)

เปิดมาเจอบล็อคพี่โบ้พอดี...โห...
เหมือนกำลังอ่านเทปที่เคยหมุนมาแล้วนับล้านรอบ
และรอบต่อไปก็คงเป็นรอบของมิ้งค์แล้วล่ะ

แน่นอนว่าจำนวนรอบน่าจะเท่ากัน(ไม่อยากมีรอบมากกว่าน่ะ)แต่เนื้อในเทปนี่คงต่างกันไป...

อย่ากลัวที่จะมีเทปม้วนใหม่ และหมุนรอบต่อไปเนอะ
เอ..เด๋วนี้เค้าใช้ซีดีแล้วอ่ะ...

โชคดีนะคะ แล้วจะแอบมาดูบ่อยๆ...


#1 By mink (203.118.117.50) on 2008-03-10 03:23

ขอบคุณครับน้องมิงค์big smile

#2 By 1812 on 2008-03-10 03:35

สู้ๆ อนาคตอยู่ที่เราเลือกเดินคับ
เลือกแล้วก็ทำให้ดีที่สุดนะคับ big smile

#3 By แป๊ะ.barbarbear (125.24.16.129) on 2008-03-10 03:46

วันไหนชีวิตยุ่งยาก ให้ลองคิดง่ายๆดูคร่าบ
ในฐานะที่เราเกิดมาเป็นลิงตัวหนึ่ง เราควรมีอะไร และ ขาดอะไรได้บ้าง

กิน นอน เดิน ฯลฯ

(เหมือนจะพูดเ่ล่น แต่พูดจริงนะเว่ย)

#4 By visuallyyours on 2008-03-10 07:16

เป็นกำลังใจให้น่ะ
ไม่ง่ายกับการทำใจยอมรับการจากลา
ไม่ง่ายกับการทำใจยอมรับว่าต้องไม่รัก
แล้วทำไมมันถึงยากเย็นนักbig smile

#5 By sjtree on 2008-03-10 08:00

อ่านข้อ 2 แล้วสงสาร การจากลากันมันเป็นเรื่องปรกติมาก และการเดินหนีเราว่าไม่ใช่วิธีที่ดีเลยนะ ถ้าเป็นเพื่อนเราแล้วเกิดเราเจอนี่ เราจะน้อยใจมาก เพราะสนิทกันมานาน พอมาเจอหน้ากันอีกแล้วเดินหนีซะงั้นน่ะ

อย่าเดินหนีเลยครับ ไปคุยเถอะ มันอาจจะกระอักกระอ่วนช่วงแรก แต่ช่วงหลังๆมันคงจะดีขึ้นน่ะครับ confused smile

#6 By นายตุ้ย on 2008-03-10 08:29

คิดไว้เสมอว่าวันไหนที่โบ้ต้องผ่านความเจ็บปวดอะไรก็ตาม มันจะทำให้นายเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เพราะต่อไปข้างหน้านายต้องเจอสิ่งต่างๆอีกมาก ชีวิตอาจจะซับซ้อนมากกว่านี้อีก
ให้รู้ไว้ว่า...ไม่นานเมฆฝนต้องผ่านไป พระอาทิตย์จะโผล่พ้นเมฆอีกครั้ง...

ปล. แต่ก็อย่าลืมช่วงเวลาฝนตกนะ เพราะ เวลาฝนตกก็มีอะไรดีๆ อยู่ในนั้นเหมือนกัน อย่างน้อยอากาศก็เย็นสบาย แล้วก็ยังมีคนที่ยืนเปียกฝนในช่วงเวลานั้นเหมือนกันนะ

big smile

#7 By muji (124.120.227.150) on 2008-03-10 14:52

เราคิดว่าทางไหนดีก็เลือกทางนั้นหละคะ

ถามตัวเองก่อนbig smile

อืม มีหลาย topic ให้เขียนถึง
แต่ผมชอบเอนทรี่นี้ ไม่รู้ทำไม เหมือนเวลาดูหนังที่ตัวละครมีการเติบโต...มันเศร้า
แต่เติบโตในที่สุด

ดีใจด้วยครับ ที่เรียนจบ เกรดไม่ใช่ตัววัดความสำเร็จในชีวิตจริงๆ เวลาทำงาน ทุกอย่าง รีสตาร์ทใหม่หมด ก็ แค่ เกรดที่ไม่เท่ากัน..

ตัวสำรอง... เราสามารถเป็นตัวจริงของคนที่รักเราได้ ในสักวัน แล้วเราจะรู้เองว่า จะมัวไปเสียเวลาเป็นตัวสำรองไปทำไม ในเมื่อเรามีค่าพอทีี่่จะเป็นตัวจริงของใครก็ได้

คนเราขึ้นอยู่กับการให้ค่า ...ค่าของคนที่เราชอบ มันมักจะมากเกินจริงเสมอ

อาการเคว้ง... ผมก็เคยเป็นตอนจบใหม่ๆ เคว้งนานด้วย เกือบ 5 ปี...

และคงแย่กว่ามาก ตรงที่ทุกวันนี้ ผมยังไม่หายเคว้งเลยด้วยซ้ำ

มันเป็นรอบต่อของการเป็นผู้ใหญ่ กับ การ เริ่มหมดความเป็นเด็กน่ะ แค่ช่วงเดียวเดี๋ยวก็ดีขึ้น

ปล. ชอบธีมใหม่อะ สวยมาก ชอบคู่สีนี้อยู่แล้ว เหลือง ม่วง

ไว้ไปเที่ยวกัน อย่าเศร้าเลย

big smile

#9 By parmer on 2008-03-10 17:37

ขอบคุณทุกคนมากๆครับ พรุ่งนี้ผมกำลังจะไปสมัครงานฮะ
จะเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่งสักที

#10 By 1812 on 2008-03-10 22:40

รู้มั้ย ทำไมถึงต้องมียางลบไว้ที่ปลายดินสอ

เพราะคนเรา สามารถทำผิดพลาดกันได้...

เพียงแต่อย่าใช้ยางลบให้หมดก่อนดินสอ เป็นพอ...

freedom....อิสระเป็นของเรา.....จะทำอะไรก้อรีบทำ

เป็นกำลังใจให้นะจร้า......big smile

#11 By freedom (202.12.73.6) on 2008-03-10 23:30

อยากจะเม้น
...อาจอ่านแล้วรู้สึกแย่.. แต่มันก็มีแง่ดีดีแฝงอยู่ ทุกๆสิ่งทุกๆเรื่องที่ทำ เป็นบทเรียนสอนเรา.. . ชีวิตมีสุข ทุกข์ สมหวัง ผลัดเปลี่ยนกันไป ขอเพียงแต่เราไม่ท้อและสู้กับมันต่อไป ลมที่มันพัดโชยทุกครั้งบางครั้งมันก็ไม่ได้พานำเอาความเย็นสบายมาอย่างเดียว มันยังเอาพายุที่โหมกระหน่ำมาสู่เราด้วย ขอเพียงแต่เรา ต้านทานลมนั้นให้อยู่ ...

ปล.1 เพลงจี๊ด อะ
ปล.2 อยากแดกเบียร์ละว๊อย

#12 By os (125.24.202.246) on 2008-03-11 19:40

อืม ผ่านเข้ามาน่ะนะ...

ตกใจว่าแอดเราไว้ได้ไง อุตส่าห์ซุ่มทำไว้เป็นความลับ แย่เลยวะ ความลับถูกเปิดเผยซะแล้ว (ฮา) sad smile

มองโลกในแง่ดีไว้ดีกว่า ยังไงซะความผิดพลาดก็เป็นบทเรียนที่ทำให้คนเราพัฒนาขึ้น ไม่มีใครไม่เคยทำผิด เพียงแต่ว่าจะได้รับอะไรจากความผิดพลาดนั้นรึเปล่าน่ะนะ

บางทีการประคับประคองตัวเองให้ดีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยจริงๆ

*เพลงนี้กำลังแดกพื้นที่ส่วนใหญ่ในหัวใจอยู่พอดี... sad smile

พอดีผ่านมาๆ... big smile

#13 By PERFECT WEDNESDAY on 2008-03-12 12:04

ดีใจด้วยนะคะพี่โบ้ จบซะที

#14 By Fonn || AR51 on 2008-03-12 17:50

จบแล้ว ยินดีด้วยค่ะพี่โบ้

big smile

ยังไงก็สู้ต่อไปนะคะ

#15 By Lover Boy on 2008-03-13 00:13

บางที
รู้สึกว่าถึงเวลาที่น่าจะเล่าอะไรซักอย่าง
ทั้งที่ไม่มีเรื่องอะไรน่าเล่าเลยซักอย่าง

กับบางที
เรื่องที่เล่าไม่มีความน่าสนใจซักหน่อย
แต่มันมีความรู้สึกว่าต้องระบายมันออกไปซักหน่อย


อย่างหลังดีกว่าอีกนิเราว่า
:)

#16 By แยมมมม* on 2008-03-13 23:45

สวัสดีน้องโบ้ 55มาช้ายังดีกว่าไม่มา

-----

ได้อ่านบล็อคของน้องครั้งแรก
ก็ตอนที่เขียนเรื่องกำลังทำธีสิส
เรียนจบแล้ว ยินดีด้วยมากๆ

55 ของพี่มีปัญญาเรียน แต่ไม่มีปัญญาจบ
เอิ๊ก! น่าเศร้า
แต่มันเป็นอดีตไปแล้วล่ะ
"เรื่องของชีวิต ไม่มียางลบ" ใช่ป่ะ

-----

"เพื่อน" สำหรับเรา กาลเวลาไม่เคยเปลี่ยน
แต่ความสัมพันธ์ อยู่ที่แต่ละฝ่าย
ให้ความสำคัญ คำจำกัดความ เหมือนต่างยังไง

-----

ตัวสำรอง 55 เมื่อเร็วๆนี้เพิ่งไปเป็นตัวสำรองมา
ดั้น ชวนเราไปดูละคร เพราะแฟนไม่ว่าง
ให้เราไปช่วยตัดสินใจด้วยว่าจะซื้อคอนโดฯดีไหม
อืม... ส่งโปสการ์ดให้เรา มีข้อความว่า
"Forbiden Love"

ถามตัวเอง ว่าทนได้ไง วะ?

ก็เพราะ"รัก" นั่นแหละ
รักแบบ "เพื่อสนิท" ก็ได้นิ 55

-----

ทุกคนเคยทำผิดพลาดทั้งนั้น :)

-----

ถ้าชีวิตยังต้องเดินต่อไป
ไม่ว่าเมื่อไหร่
คำถามนี้ "จะไปทางไหนดี"
เกิดขึ้นได้เสมอ

confused smile สีแจ่มมากกกกกกก 55
รักษาสุขภาพเน้อ :)

#17 By noui (125.27.88.158) on 2008-03-14 16:06

จบแล้ว ยินดีด้วยนะคะพี่ cry
อ่ะนะ

อย่าลืมเลี้ยงผมล่ะ

ข้อ ๑ ใช่ค่ะ ทีสิสไม่ได้กำหนดชีวิตเราทั้งชีวิต .. "ตัวเราเอง" หลังจากเรียนจบต่างหาก ที่กำหนดชีวิตของเรา

ข้อ ๒ แต่การพบเจอ และลาจาก ก็เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องพบเจอไม่ใช่เหรอค่ะ.. อย่ากลัวเลยค่ะ ทำใจให้ยอมรับได้ดีกว่าน๊า double wink

ข้อ ๓ อืม..กีฬาเป็นตัวสำรองได้ ถือว่าเรามีความสำคัญกับทีมนะคะ แต่ความรัก เป็นตัวสำรองทีไร มันเจ็บปวดทุกทีเลยเนอะ.. sad smile

ข้อ ๔ อืม..ดีแล้วค่ะ ถึงแม้จะเคยผิดพลาดมา แต่เราเอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นครู เราจะไม่ได้ทำอีกไง big smile

ข้อ ๕ ถามว่าจะไปทางไหนเหรอค่ะ...

งั้น..เดินไปข้างหน้านะคะ.. สำหรับใครสักคนที่อยากพบเจอ.. เดี๋ยวก็ได้พบเจอเองแหล่ะค่ะ.. เอาใจช่วยค่ะ big smile


ปล. เฮดสีสันสดใสได้ใจมากเลยจ้า big smile
ดีใจด้วย รับปริญญาเมื่อไหร่ก็บอกกันด้วยนะ

#21 By ปุ่น on 2008-03-18 23:21

เมื่อวานนี้คุณยืนอยู่สุดทางของถนนที่คุณเดินมาตลอดหลายปี
วันนี้คุณมองหาทางสายใหม่ที่คุณจะก้าวเดินไปในวันพรุ่งนี้

อดีตแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่เราเรียนรู้จากมันได้คะ
อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้ว่าในอนาคต ราควรเดินยังไง
big smile
ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง
และการล้มแบบ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า!
พึ่งเข้ามาครั้งแรกหลังจากเอนทรีก่อน

แอบตกใจค่ะ!!!!!!

Hot! เอาไปเลยสำหรับข้อสาม ....

#24 By iDoi* on 2008-03-26 11:51

แสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ด้วยน๊ะจ๊ะ
ใช้อดีตปัญหาเป็นตัวนำทางให้เราก้าวเดินไปในวันนี้จ้า
ปัญหามีไว้ให้เราแก้ไขม่ได้มีไว้ให้หนีbig smile question

#25 By *~kirmkan~* on 2008-03-31 11:30

โย่ว ดีใจด้วย จบแล้ว

ธีมใหม่ ดูหล่อๆ อ่ะ 555

#26 By merveillesxx (58.8.118.140) on 2008-04-07 21:33

มารดน้ำดำหัวพี่โบ้ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่า big smile

#27 By iDoi* on 2008-04-13 00:03

ทีมงาน อภัย:มณี แวะมาสาดน้ำสงกรานต์
ขอให้สุขีๆ มีความสุขมากๆครับ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#28 By อภัย:มณี on 2008-04-13 15:14

ชอบเพลงนี้มากๆครับ
หนังเรื่องนี้ก็ชอบ

ชอบเอ็นทรี่นี้มากครับ
มีครบทุกอรรถรส
เป็นชีวิต ที่มัน alive มากๆ
มีพลังชีวิตมากมายเหลือเกิน

เรื่องร้ายๆ จะทำให้เราแข็งแกร่ง
มองโลกอย่างระวัง เป็นเรื่องที่ดีครับ



แสดงความยินดีด้วย เรื่องเรียน

#29 By มนุษย์กล่อง on 2008-04-17 19:53

ศุกร์ 25 เม.ย. นี้ฉายหนังพี่อาทิตย์ ที่ไบโอ 19.00 นะจ๊ะ เรียนเชิญ

#30 By merveillesxx (58.8.236.211) on 2008-04-22 19:50

พี่โบ้ กลับมาๆๆๆ (หายนานเกินไปแล้ว)

#31 By Fonn || AR51 on 2008-05-21 12:21

คิดถึงจัง วันปูโต๊ะวันที่ 30 นะคะ
แล้วเจอกันค่ะ

#32 By mink (124.120.192.12) on 2008-05-22 14:55

มันมากมายจริงจริงเลยพี่

อดทน อดทน อดทน

#33 By kiwisoda on 2008-06-06 02:08