สังขละบุรี สะพานมอญ และหมอกกลางน้ำ
posted on 02 Jan 2008 21:09 by 1812 in Travel
สะพานไม้เก่าๆที่เกิดจากเศษไม้มหาศาล ทอดตัวข้ามผ่านแม่น้ำซองกาเรีย
หญิงชาวมอญยกของทูนบนหัว เดินข้ามสะพานนั้นไป
เบื้องล่างคือเวิ้งน้ำ ทีมีหมอกระผิวอยู่
แสงอาทิตย์ส่องกระทบน้ำนั้น ประหนึ่งยามเช้าอันเงียบสงบ
นั่นคือภาพของสังขละบุรีเมื่อสิบปีก่อน
ที่อาจารย์ช่างภาพคนนึงเอามาให้ผมดูในวิชาถ่ายภาพ
หลายเดือนก่อนผมได้รู้จักพี่ชายใจดีคนหนึ่ง
เรามีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน คุยกันได้ในหลายๆเรื่อง
พี่ชายคนนี้เองบอกกับผมว่าปีใหม่เขาจะไปสังขละบุรี
ภาพเดิมภาพนั้นผุดขึ้นมาในสมอง
นี่คือที่หนึ่งในประเทศที่ผมอยากไปมากและไม่มีโอกาส
ผมจึงอ้อนวอนขอติดสอยห้อยตามไปด้วย
ในทริปนี้ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่อีกสามคน สองคนเป็นเพื่อนพี่ อีกคนเป็นแฟนเพื่อน
เราขับรถสู่กาญจนบุรี ในเช้าวันหยุดของเทศกาล
ผมรู้สึกเหมือนเป็นสัมภาระขนาดใหญ่
เพราะไม่ต้องจัดการใดๆ มัวแต่ให้พี่ๆทำทุกอย่าง พาไปที่นู้นที่นี้อย่างสนุกสนาน
สะพานแม่น้ำแคว น้ำตกเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ ปราสาทเมืองสิงห์ ช่องเขาขาด
น้ำตกกรังกราเวีย น้ำพุร้อนหินดาด สวนสัตว์เปิดซาฟารี
นี่คือสถานที่เที่ยวที่พวกเราแวะก่อนและหลังเข้าถึงอำเภอสังขละบุรี
ทางไปอันคดเคี้ยว เลาะผ่านภูเขาประหนึ่งแม่ฮ่องสอน
ด้านข้างเป็นทัศนียภาพของเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือเขื่อนเขาแหลม
ที่เมื่อครั้งหนึ่ง ผมเคยมาออกค่ายในเกาะกลางเขื่อนนั่น ชื่อหมู่บ้านโบอ่อง
พี่ๆบอกว่าไม่ต่างอะไรกับทางไปอำเภอปายเลยแม้แต่น้อย
เมื่อถึงตัวอำเภอ ก็เหมือนกับอำเภอต่างจังหวัดไกลๆที่ผมเคยไปสำรวจค่าย
ไม่มีวี่แววบอกเลยว่า นี่คือเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ
ทุกอย่างยังคงสภาพเดิม ไม่มีแม้แต่เซเว่น มีเพียงตลาดกลางอำเภอเล็กๆ
ชาวบ้านมอญน่ารัก หัวเราะคิกๆคักๆ พูดจากันไม่ค่อยรู้เรื่อง
นี่คือเสน่ห์ของต่างจังหวัดที่ผมชอบนักหนา
เย็นนั้นเราขับรถเดินต่อไปถึงสะพานมอญ
หากเล่าประวัติคร่าวๆก็ต้องเล่าไปถึงหลวงพ่ออุตตมะ
ท่านเป็นคนมอญและจำพรรษาที่วัดในฝั่งมอญ
ความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านทำให้คนไทยต้องการไปนมัสการท่านเสมอ
จึงรวมใจกันสร้างสะพาน เพื่อข้ามแม่น้ำซองกาเรีย
แม้ปัจจุบันจะมีสะพานปูนรถวิ่งผ่านได้อยู่อีกฟากหนึ่ง
แต่ชาวบ้านก็ยังบูรณะซ่อมแซมสะพานไม้เก่าแก่ไว้
สะพานที่เห็นในปัจจุบันเป็นการสร้างใหม่ถึงสามครั้งแล้ว
อนึ่งเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่หลวงพ่อ และเป็นเสมือน Landmark ของเมืองสังขละบุรี
นอกจากสะพานมอญแล้วเรายังได้ไปนมัสการวัดวังวิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะ
สถาปัตยกรรมของวัดนั้นออกไปทางแนวพม่ารามัญ
เหมือนฉากในตำนานสมเด็จพระเนรศวรอย่างนั้น
อีกที่หนึ่งที่เป็น unseen in thailand คือเมืองบาดาลสังขละบุรี
ครั้งหนึ่งวัดแรกที่จำพรรษาของหลวงพ่ออุตตมะ และหมู่บ้านชาวมอญอยู่ที่นั่น
แต่เมื่อมีการสร้างเขื่อนเขาแหลม น้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงจนเมืองทั้งเมืองจมลงใต้น้ำ
หากเราไปในหน้าแล้ง จะเห็นซากอุโบสถ เจดีย์ และบ้านเรือนใต้น้ำอย่างชัดเจน
เสียดายที่เราไปในช่วงน้ำสูง จึงเห็นเพียงยอดเจดีย์และยอดอุโบสถเท่านั้น
ผมนอนในแพกลางคุ้งน้ำริมสะพานมอญ
นับถอยหลังเข้าสู่อีกปีหนึ่ง
พร้อมกับเสียงโทรทัศน์ที่ดังไกลมาจากอีกแพใกล้กัน
ทุกคนในแพเงียบสนิท มีแต่เสียงmessageที่ดังจากโทรศัพท์
ทุกคนกำลังยุ่งกับโทรศัพท์ เพื่อส่งข้อความยินดีกับคนที่อยู่ไกล
แน่นอนที่สุด เทคโนโลยีทำให้คนไกลอยู่ใกล้ และคนใกล้อยู่ไกลในคราวเดียวกัน
ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ให้ผมไปด้วย
ขอบคุณพี่เจที่ขับรถหลังขดหลังแข็งให้เราตลอดการเดินทาง
ขอบคุณพี่ตั้มที่เป็นเพื่อนคุยในดึกคืนนั้น
และขอบคุณพี่ปาม ที่ยอมให้น้องคนนี้งอแงอยู่ตลอดเวลา
สวัสดีปีใหม่ครับ
ขอทูลเกล้าฯถวายความอาลัยอย่างยิ่ง
แด่สมเด็จพระพี่นางอันเป็นที่รักยิ่งของใต้ฝ่าละอองพระบาทและครอบครัว
แสงหนึ่งคือรุ้งงาม
คำร้อง : บอย โกสิยพงศ์
ขับร้อง : นภ พรชำนิ
เปียโน : ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
กด F5 เพื่อเปลี่ยนรูปหัวบล็อคครับ
อิอิ
ไว้ไปไหนจะชวนไปอีก
#1 By parmer on 2008-01-02 21:51