ผมกำลังจะครบ 22 ปี
ในวันเดียวกับที่ช่วงชีวิตวัยเรียนของผมกำลังจะหมดลง
และกำลังก้าวไปสู่อีกชีวิตหนึ่ง
คือการเป็นผู้ใหญ่

ไม่รู้ว่าความคิดนี้มากจากไหน
ว่าผมอยากเรียนที่สถาปัตย์ จุฬาฯ
แต่มันเป็นความคิดที่ฝังหัวมาตั้งแต่ตอน ป.6
ที่ครูถามว่าผมอยากเป็นอะไร
ผมตอบว่า ผมอยากเป็นสถาปนิก

ผ่านไปหกปี ถึงเวลาที่ต้องสอบเอนทรานซ์
ด้วยความที่ทะนงและเชื่อมาตลอดว่าตนเองเป็นคนเก่ง
ผมใช้เวลาในการเล่นดนตรีและสังสรรค์
มากกว่าการอ่านหนังสือ
ถึงกระนั้น ผมใช้สองสัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบทุ่มใจลงไปทั้งหมด
ผมสอบความถนัดทางสถาปัตยกรรมได้ 72
และนั่นคือคะแนนที่สูง 1 ใน 10 ของประเทศในปีนั้น
ยิ่งคะแนนวิชาอื่น และ gpa ไม่ต้องห่วง
(พี่คนนึงบอกว่าผมเป็นเด็กเนิร์ด...ก็จริงว่ะ)
พอถึงตอนยื่นคะแนน และผลสอบมาถึงบ้าน
สมัยผมใช้การส่งจดหมายมาที่บ้าน
ผมแกะซองแบบสบายๆ เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าเข้าได้
ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

"เอนต์ให้ติดแม่งง่าย แต่จะเรียนจบรึเปล่านั่นอีกเรื่องนึง"
รุ่นพี่ในคณะกรอกหูผมตั้งแต่ได้เข้าไป ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะซีเรียสอะไรนักหนากับคณะนี้
ไม่งั้นเค้าจะทำละครเวทีตลกๆออกมาทุกปีได้ไงวะ
"พี่ปีห้าหน้ายุ่ง เพราะมุ่งแต่ทีสิส พี่ปีห้าหน้าซีด เพราะทีสิสทำยุ่ง"
ผมร้องเพลงนี้ตั้งแต่เข้าคณะ โดยที่ไม่เคยสนใจเลยว่ามันจะจริงอย่างนั้นเหรอวะ
เขาคงแต่เอาคล้องจองสนุกๆแหละ ผมว่างั้น

ตั้งแต่เปิดเทอมปีแรก การปรับตัวค่อนข้างลำบาก
คงเป็นกับทุกคน เพราะมันต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองทั้งหมดคนเดียว
ไหนจะเรื่องเรียน รับน้อง รักบี้
แถมผมยังย้ายออกจากบ้าน มาอยู่คอนโดเองอีก
เหนื่อย แต่ช่วงปีหนึ่งเทอมแรกเป็นช่วงที่มีความสุขมากช่วงนึงในชีวิต

นอกจากวิชาเลคเชอร์แบบที่คณะทั่วไปเค้ามีกัน
ผมมีวิชา"สตูดิโอ" นี่แหละตัวร้าย
นิสิต 10 คนต่ออาจารย์ 1 ท่าน
เราจะเปลี่ยนอาจารย์ทุกๆหนึ่งโปรเจค
เทอมหนึ่งมีสองโปรเจค หรืออาจมากกว่านั้น
เป็นวิชาว่าด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรม
ระดับความยากจะเพิ่มตามชั้นปี
ปีหนึ่ง - งาน Fine Art ไปจนถึงบ้านไม้ชั้นเดียว
ปีสอง - บ้านสองชั้น และอาคารสาธารณะขนาดเล็ก
ปีสาม - อาคารสาธารณะขนาดกลาง และอาคารที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ปีสี่ - อาคารตัวร้าย เช่น ออดิทอเรียม สถานฑูต โรงพยาบาล พิพิทธภัณฑ์
ปีห้า - ตึกสูง ในเทอมแรก และวิทยานิพนธ์ ในเทอมหลัง

วิชาตัวนี้เองที่ทำให้การเรียนในคณะมันยากกว่าที่วาดฝันไว้เยอะมาก
ท้อใจหลายหน จากคนที่เคยได้ a มาตลอดพอได้ c d ก็เริ่มจิตตก
การอดนอน ผ่านมาให้ผมรู้จักครั้งแรกในชีวิต
นอนไม่พอ กับไม่ได้นอนนี่คนละเรื่องกันนะ
การถ่างตาทำงานตั้งแต่หนึ่งทุ่ม ไปเสร็จเอาเจ็ดโมงเช้า
แล้วรีบอาบน้ำวิ่งไปเรียนให้ทัน
แม่ง ทรมาน
และเป็นอย่างนี้สองวันต่อสัปดาห์ บางทีมากกว่านั้น

พอกางแบบที่ทำมาทั้งคืนให้อาจารย์ดู
บางครั้งเค้ามองแค่ 5 วิ
แล้วก็ด่าๆๆๆๆ ไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้
อาจารย์บางท่านถึงขนาด "พวกมึงมันโง่"
แต่เชื่อไหม ผมไม่เคยโกรธพวกเค้าเลย
อาจารย์แต่ละท่านมีวิธีสอนที่แตกต่างกันไป
ผมเรียนรู้หลายๆมุมจากอาจารย์ที่มีแนวคิดต่างกันเหล่านั้น

สุดท้าย พอถึงปีห้าเทอมปลาย การเลือกกลุ่มวิทยานิพนธ์
นี่คือความสนุกอย่างหนึ่งของผม
อาจารย์ในภาคฯ จะจับกลุ่มกันประมาณ 4 คน มี 12 กลุ่ม
พวกเรามีสิทธิ์เลือกว่าเราอยากอยู่กับใคร
แน่นอน เหมือนตอนเอนทรานซ์ไม่มีผิด
บางกลุ่มคนอยากอยู่มาก บางกลุ่มไม่มีใครอยากไป
ดังนั้น เขาใช้วิธีจับฉลาก

มันส์ ยิ่งกว่าเชียร์มวย

ต้องเล่าว่าวิทยานิพนธ์ของคณะสถาปัตย์
เป็นคณะเดียวที่ต้องทำทีสิส ในปริญญาตรี
ทิสิสว่าด้วยการออกแบบอาคารขนาดใหญ่
โดยเรามีสิทธิ์เลือกเอง ว่าจะทำโครงการอะไร
ผมเลือกทำ "ท่าอากาศยานนานาชาติ ภูเก็ต"
อันนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของประเภทอาคารของแต่ละคน
แน่นอนที่สุด การเลือกทำอาคารประเภท transportation 
ต้องเป็นคนแน่นทั้ง Function โครงสร้าง งานระบบ และความงาม

ตอนนี้ผมกำลังนั่งทำวิทยานิพนธ์อยู่
ในโหมดที่เรียกว่า เบื่อ เหนื่อย ท้อ คิดไม่ออก อยากจบพร้อมเพื่อน
และชื่อ msn ของเพื่อนในรุ่น ก็ไม่หนีไปจากพวกนี้
เมื่อวานผมนัดเพื่อนสนิท ต่อ ออย ไปกินเบียร์กัน
เพียงเพราะพวกเราอยู่คนละกลุ่มทีสิสกัน และไม่ได้เจอหน้ากันมาเดือนนึงแล้ว!
และอย่างกับลิขิต อยู่ๆแอมก็เดินมาหาไอติมกินแถวนั้น
ผมจำเธอได้จากระยะไกล จึงโทรไปบอกว่ามานั่งคุยกัน

สี่ชั่วโมงของคืนนั้น พวกเราพูดกันไม่ได้หยุด
หนักไปทาง"ทีสิสมึงเป็นไงบ้าง" "อาจารย์แม่ง..อย่างนู้นอย่างนี้"
"แล้วทีสิสคนอื่นๆเป็นไงบ้างวะ ได้ข่าวว่าคนนั้นจะไม่จบ"
"คนนี้แม่งพูดไปเกือบชั่วโมง อ.ให้พูดห้านาที แดกเวลาเพื่อน"
ไล่ยาวไปจนถึงเรื่องชีวิตส่วนตัว ที่อัพเดทให้กันฟัง
ถ้าไม่ได้พูดกับเพื่อน คิดว่าผมคงระเบิดตายไปสักวันบนโต๊ะดราฟ
เราจบการสนทนาด้วยความรู้สึกว่า
"มึงว่ามั๊ย พวกเราเหมือนคนทำงานแล้วเลยว่ะ"
เออ

สองเดือนต่อจากนี้
ผมคงใช้เวลาทุ่มลงไปกับมันจนหมด
และคิดว่าจะไม่มาอัพบล็อคจนกว่าจะถึงตอนนั้น
ขอบคุณเพื่อนๆพี่น้อง
ที่แวะมาให้กำลังใจตลอด
และขอบคุณความรัก
ที่บทจะมาก็มาซะอย่างนั้น

ผมกลัวใจตัวเองว่าจะคิดถึงคุณ จนไม่ได้ทำงานน่ะ

"มึงจะมีความรักก็มีได้ แต่แบบร่างทีสิสมึงอ่ะอยู่ไหน"
เพื่อนผมถามเมื่อคืน


ในที่สุดก็หาเพลงที่เหมาะกับบทความนี้ได้แล้ว
ขอบคุณน้องฝน74 สำหรับเพลงความหมายดีๆ และกำลังใจครับ
รวมถึงขอบคุณทุกคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ที่เข้ามาตอบ
เพราะจริงๆบทความนี้เป็นแค่ความเวิ่นเว้อหาอะไรเขียนแก้เครียดเท่านั้น
ขอบคุณจริงๆ

ตรัย ภูมิรัตน์
เพลง ทางที่เลือกเอง

ร่ำเรียนฝ่าฟันเข้ามา ไม่มีสัญญาสู้มาด้วยใจ
อยากรู้ สิ่งที่ฉันทำ มันจะชักนำฉันเป็นเช่นไร
อยากสรรค์ สิ่งที่สวยงาม สิ่งที่งดงาม ให้คงอยู่ไว้
จะขอ ขอทำตามใจ ดีเลวเช่นไร หัวใจเลือกเอง

ฉันเหนื่อย ฉันท้อ แต่ฉันยังรอด้วยดวงใจที่มีหวัง
แม้จะหนัก ฉันไม่เคยหวั่น ฉันรู้ว่ายังต้องสู้เขา
คอยวันที่ฉันนั้นจะเป็นคนยิ่งใหญ่ เราจะก้าวไปด้วยดวงใจกับความฝัน
และจะไม่ท้อเพราะหัวใจยังยึดมั่น หนทางของเรา เราขีดเอง 

และจะไม่ท้อเพราะหัวใจยังยึดมั่น  หนทางของเรา เราขีดเอง

ปล. รูปด้านบนคือวันแรกที่ผมมาคณะนี้ เป็นวันเปิด"เอ่เอ้"ครับ
ผมเป็นคนนึงในกลุ่มนักเรียนเพิ่งเอนต์ติดข้างล่างนั่น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

sad smile

#1 By chichi on 2007-12-08 17:49

"เอนต์ให้ติดแม่งง่าย แต่จะเรียนจบรึเปล่านั่นอีกเรื่องนึง"

อาา ตอนนี้แอบกลัวเหมือนกันค่ะ
จบ...คงจบ แต่กี่ปี นั่นอีกเรื่อง

--บางกลุ่มคนอยากอยู่มาก บางกลุ่มไม่มีใครอยากไป
ดังนั้น เขาใช้วิธีจับฉลาก--

หูยยย ก็แอบสงสัยว่าจะทำยังไง จับฉลากแบบนี้ ถ้าใครไปอยู่กับอาจารย์ที่ตัวเองไม่แฮปปี้ด้วยคงเฝดตายกันไปข้างนึง

ปล.อัพไวจังค่ะ เห็นคอมเมนท์พี่โบ้เมื่อบ่ายๆ พอแว่บมาอีกทีอัพแล้ว

สู้ๆน่อพี่โบ้

#2 By Lover Boy on 2007-12-08 17:51

ลำบากแย่เลยนะคะ

เอ้าสู้ๆ!! เรียนยากจริงๆนะนั่น...
^^^^^
เฝดกันไปแล้วครับน้อง ได้อยู่กับอาจารย์ที่พูดกันไม่ร้เรื่องเนี่ย
บางกลุ่มเด็กเฝด เพราะอาจารย์แม่งXXXXX
บางกลุ่มอาจารย์ก็เฝด เพราะเด็กแม่งก็XXXXX

#4 By 1812 on 2007-12-08 17:54

เค้าว่าคนใกล้ตายจะเห็นภาพชีวิตวิ่งผ่านอยู่ตรงหน้า

#5 By 609 on 2007-12-08 18:17

ทีสิสสู้ๆนะคะพี่ big smile big smile big smile

ขอโทษค่ะ พูดได้เท่านี้เอง

#6 By buffy on 2007-12-08 18:34

comment ของ 609 นี่..ทำเอาจิตตกกว่าเดิมอีกนะsad smile เฮอะ ๆๆ
แต่หนทางยาวไกล เริ่มจากก้าวแรกนี่เนอะ...
เมื่อมีก้าวแรกแล้ว.. ที่เหลือคือเราเก๊าะต้องก้าวต่อไป
จาก้าวไปทางไหนก้ออยู่ที่เราจาตัดสินใจ
จาก้าวไปไกลแค่ไหน..ก้อยังคงเป็นตัวเราอีกเหมือนเดิม

#7 By freedom (125.27.136.157) on 2007-12-08 18:57

จาบอกว่ารูปนี้ คงแก่เรียนมั๊ก มัก..big smile

#8 By freedom (125.27.136.157) on 2007-12-08 19:10

^^^^^^^^
ไปขุดรูปตอนปี1มา รูปนั้นเนิร์ดมาก 555

#9 By 1812 on 2007-12-08 19:21

o[]o'' โอ้ว พี่ครับ พูดจริงๆว่า โอ้วพูดไม่ออก ผมรู้สึกเหมือนจะ...เครียดตาม

ผมก็เตรียมใจไว้แล้วว่ามันจะหนัก เตรียมใจไว้แล้วว่าไม่ได้นอน เตรียมใจไว้แล้วว่าจะถูกด่า

แต่ผมรู้สึกว่าจากเอแล้วมาได้ซีกับดี... มันสุดยอด

แต่ผมจะสู้ครับ...หวังมาตั้ง3ปี

เครียด สู้ตาย เว่ยเฮ่ย

ปล.ปีพี่คะแนน72อยู่1ในสิบ พี่ผมคะแนน73อยู่1ใน15...โอช่างเครียดดีแท้ เริ่มเห็นอนาคตอันขรุขระอยู่ลางๆ

#10 By [veho---[[as Gaara]] on 2007-12-08 19:27

สู้นะครับ เอาใจช่วย
เข้าใจความรุ้สึกนะ อีกไม่กี่ปีเราก็คงจะเป็นอย่างนั้น
ตอนนี้ทำโรงพยาบาล แน่นทั้ง Function โครงสร้าง งานระบบ และความงาม แต่เพิ่งโดนล้มแบบไปconfused smile

#11 By on 2007-12-08 19:50


จำได้ครับ ไอ้อาการอดหลับอดนอนทำงานเนี่ย
run lab 48 ชั่วโมง เป็นอะไรที่ทรมานมากมาย

#12 By AkE on 2007-12-08 20:03

555
ช่วงเวลาทีสิสนั้นสาธยายไม่ได้
เป็นครั้งหนึ่งครั้งเดียวในชีวิต

ส่วนตัว ไม่มีอะไรแนะนำนอกจากตั้งสติ อึด ทน ถึก ทำ

เก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างไว้แล้วกันconfused smile
จบ มาแล้วได้เ็ป็นสถาปนิกที่ดีก็อีกเรื่องนึงsad smile

#14 By wesong on 2007-12-08 22:43

ฮ่าๆ อันนี้มันบลอคต่อเนื่อง....ขอหั้ยชาวประชาที่ทำทีสิส....
ผ่านตลอดรอดฝั่งน่อ......เราศิลปกรรมขอหั้ยกำลังจัยผู้ร่วมเผชิญวิกิดทีสิสเช่นตัวเรา
sad smile
สวัสดีพี่โบ๋ ไม่นึกว่าพี่มีบล็อกด้วยนะ
ยังไงก็สู้ๆนะจะจบแล้วอีกนิดเดียว
ถ้าว่างก็แวะไปบล็อกผมบ้างนะ
www.filmlover.bloggang.com

#16 By พรึก (58.9.199.178) on 2007-12-08 23:32

เป็นกำลังใจให้ค่ะ ถ้าเกิดจบแล้วก้ขอให้ได้งานดีๆ

#17 By sebin_เซบิน on 2007-12-08 23:40

แอบขำสำนวนการเขียน

แต่เห็นด้วยทุกประการ

#18 By Step*Lunar on 2007-12-09 00:25

sad smile อ่า จริงที่สุด
(มาเจอผู้ร่วมชะตากรรมแล้วววว )

#19 By เหมียวปลา on 2007-12-09 01:12

เห้อ..

อ่านไปเหนื่อยตามไปด้วย = ="
จากที่เคยอ่านblogคนเรียนศิลปะ

พูดเหมือนกันว่าเหนื่อย งายเยอะ
ต้องอดทนมากๆ พยายามมากๆ
แข็งแรง ไม่ท้อ

blogพี่ก็เช่นเดียวกัน
ทำเอาหนูเหนือ่ยตามไปด้วยเลย

หนูก็อยากเอนท์เข้านิเทศศิลป์
แรกๆก็คิดว่า โอ๊ย เบเบ
พี่ติวสั่งงานมา ก็ยังไม่ยอมทำ
ดูทีวี ทำอาไรให้พอใจก่อนแล้วเหลือเวลาชั่วโมงนึงก่อนนอนค่อยมาทำ
แค่จากที่เหลือชั่วโมงนึง ก็กลายเป็นครึ่งชั่วโมง
หรือ ไม่เหลือเลย แถมเกินเวลานอนไปด้วยซ้ำ

กว่างานจะเสร็จก็ปาเข้าไปโน่นน

sad smile

ก็มัวแต่คิดว่า วาดรูป วาดแป๊ปเดียวก็เสร็จ
แหม ของมันอยู่ในหัว เบๆๆ

แต่พอมาทำจิง วาดก็วาดนาน มัวบรรจง เรียบร้อย
แถมคิดก็ไม่ออกด้วย คิดได้ แบบสองแบบ แล้วมันอุบาทเวลาไปส่งเค้าหน๊ะ

คนเรียนศิลปะมันต้องอึดอดทน ขนาดนี้เรยหรอค่ะ
ทำไมเวลางานมันเหมือนเบียดเบียนเวลาส่วนตัวของเราไปเยอะเกินหละพี่???

= ="

จากที่อ่าน อิจฉาจัง พี่มีพรสวรรค์ใช่ป่ะ
เตรียมตัวแป๊ปเดียวได้คะแนนเยอะด้วย -3-

แล้วหนูไม่มีอารายเลย
ไปเรียนแบบพี่คงบ้าตายแน่เลย

หนูคงต้องปรับเปลี่ยนชีวิตแล้วแหละ
ม่ายงั้นคงเรียนแด้นนี้ไม่ได้แน่ๆเลย

ขอบคุณนะค่ะมีให้ข้อคิด
เรื่องของพี่มีสาระมากมาย

อืม สุดท้ายและ

สู้ๆนะค่ะพี่ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ^_____________^

#20 By nannannannan on 2007-12-09 04:03

เห็นรูปหัวบล็อก แล้วชอบมากเลยฮะ

ผมว่าก็ทุกคณะนะคับ เอนต์ให้ติด ง่ายกว่าเรียนให้จบ

=_= อย่างคณะที่ผมจะเข้า เข้าไปจะจบรึเปล่า

หรือเป็นแดนสนทยา ที่ไม่มีทางออก

#21 By iMase on 2007-12-09 05:21

เราเองก็เป็นคนนึงที่เคยอยากเข้าสถาปัตย์-จุฬามาก

แต่ตอนนี้ สถาบันที่มุ่งมั่นมากกว่าคือ "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง"
(แต่ถ้าได้จุฬา กรูก้อเอาฟระ)

คือที่เข้ามาเนี่ย จะมาบอกว่า
"ใครบอกว่าเข้าง่ายคะ"
นุ่งเรียนนั่งติวกันหลังขดหลังแข็ง
คะแนนออกมาไม่ดี
จะสอบตรงอยู่แล้ว แวะมานั่งเล่นเน็ตคาเฟ่ซักแป๊บก่อนไปเรียน
แถมงานที่รร.ยังสั่งไม่วายไม่เว้น

แต่สู้ค่ะ ยังไงอนาคตเราต้องเป็นรุ่นน้องพี่(แบบคณะเดียวกันแต่ต่างสถาบันน่ะ)


ป.ล. ที่อยากเข้าสถาปัตย์จุฬาเพราะชอบคุณวินทร์ ชอบวงเฉลียง ชอบ108มงกุฎ ชอบละครถาปัตย์ ชอบอาร์มพิพัฒน์ อ๊า...
ป.ล.2 ละครถาปัตย์ที่ลาดกระบังวันนี้วันสุดท้ายแล้วนะคะ ใครยังไม่ดูก็ไปดูได้เน้อ ทางกันดารไปหน่อย แต่สนุกมาก

#22 By fueyz on 2007-12-09 09:31

เพื่อนเราก็ขึ้นปีห้าแล้ว
ตั้งแต่มันเรียนมา บ่นตลอดว่าเหนื่อย งานหนัก
แต่ก็เห็นมันรักที่จะเรียนคณะนี้

เป็นกำลังใจให้ทีสิทผ่านไปด้วยดีนะคะbig smile

#23 By *บลาสต์ on 2007-12-09 09:34

ตอนนี้กลัวเอนท์ไม่ติดมากกว่าอ่ะค่ะ T^T
พี่เก่งจัง ได้ถาปัตตั้ง 72
(ส่วนตัวไม่ได้ไปสอบหรอกค่ะ - -)

#24 By ๐|Aki-Autumnz|๐ on 2007-12-09 11:43

รู้จักคนเรียนอยู่สถาปัตย์ก็หลายคน ได้ยินคำบ่น ๆ เวลาส่งโปรเจ็กต์ไม่ต่างกันสักที่เลยจะ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ฯ​ที่อื่น ๆ.. สโลแกนของทุกคนคือทำงานกันทั้งวันทั้งคืน ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนะว่าหลักสูตรมหาวิทยาลัยเขาไม่ออกแบบให้การเรียนมันง่ายขึ้นหน่อย
แต่อย่างว่ามันก็คงเป็นสิ่งที่จะต้องเจอต่อไปในชีวิตการทำงานและคงหนักกว่านี้อีกนะครับ? (ยิ่งมีเรื่องของเวลาและการเงินมากดดันเนี่ย) สู้ ๆ นะครับพี่

#25 By ฺBeN (203.113.39.13) on 2007-12-09 11:55

อ่านมาหลสยเรื่องแล้ว คุณโบ้ๆสู้ๆนะคะ แนนก็อยู่ปี5 แต่วิดวะไม่ใช้ถาปัต แนนเรียนจบช้า แต่ก็ยังมีความสุขเลย คุณโบ้อ่ะ ไม่ต้องเรียนจบช้าแบบแนนหรอก สู้ๆละกัน ความสุขมันอยู่ที่ใจค่ะ

#26 By UnjU NoNaN on 2007-12-09 12:11

สมัยเพื่อนสนิทเรียนถาปัด ตอน ปี5 เป็นปีที่อยู่สตูฯเกือบตลอดอะค่ะ
sad smile
ไม่นับว่า วันดีคืนดีจะโดนเพื่อนจิตตกโทรชวนไปกินขนม หรือไม่ก็เอาขนมไปให้กินหน่อย กรูหิว
วันดีคืนดี... จะมีเสียงโทรศัพท์มานั่งบ่นแบบคุณนี่แหละ

"เxxxxย จะสั่งอะไรนักหนาวะ แก้อีกแล้ว ทำไมมันไม่ได้ดังใจ ว๊ากๆๆๆๆๆ "
sad smile
ฟังมันบ่นอีก 5 นาทีมันจะบอก
"ฟังอยู่ปะวะ ??"
"เออ ฟังอยู่"
"ขอบใจทีฟังนะ กรูไปทำงานต่อละ หายเครียดแล้ว"
(นอกจากมันจะจิตตก เครียดแตก ประสาทแดร๊กแล้ว มันยังสามารถระบายให้เพื่อนๆ เครียดไปกะมันอีก)

#27 By RayOn on 2007-12-09 12:15

สู้ๆ นะคะ อดทน...
คิดซะว่ามันเป็นบทพิสูจน์ตัวเอง...
พยายามทำทุกๆ นาทีให้ดีที่สุด
เอาไว้เป็นความทรงจำยามแก่เน้อ sad smile

#28 By SnowShoe =^-^= on 2007-12-09 13:20

โอ้โฮ้ Hot!

#29 By ชิเมะ ★ on 2007-12-09 13:24

ปากบ่นไป แต่มืออย่าหยุดทำ เชื่อเถอะคับ ทุกคนผ่านมันไปได้

ขอให้ประสพความสำเร็จcry
ถูกต้องนะคร้าบ
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เอนท์ก็เถอะ
ปีแรกก็ชิวๆ...เรียนๆเล่นๆไปวันๆ
พอปี2เริ่มมีโปรเจค...เริ่มอดนอนบ้างในบางคืน
ตอนนี้ปี3...เวลาจะนอนก็คือตอนกินข้าว
เวลากินข้าวแทรกในตารางงาน

ถึงแม้จะไม่ได้เรียนสถาปัตย์ทำบ้าน
แต่งานของออกแบบอุตสาหกรรมก็ใช่ย่อย
มีเพื่อนเรียนถาปัตย์ทำบ้าน
อย่างน้อยรู้สึกว่า...ออกแบบอุตสาหกรรม
งานสบายกว่าเยอะ...

#31 By [+]~•Ame_Jiro•~[+] on 2007-12-09 15:18

แรกๆก็อยากเข้าสถาปัตย์ฮะ
แต่พอมาวันนี้ก็รุ้ว่าตัวเองอยากเข้าอักษรศาสตร์
... แต่คณะไหนก็คิดว่าเข้าง่ายแต่ถ้าจบมาที
ก็ยากกว่าเสียกะไร ....
อีกปีเดียว ก็ได้เอนท์แล้วฮับ ..
แอบหวาดเสียว .....

#32 By gaao on 2007-12-09 15:25

อ่ะ ...ถึงจะเหนื่อย แต่ก็น่าดีใจนะค่ะ ที่มีโอกาสได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ดีแล้วล่ะค่ะ...
มีอีกหลายคนที่อยากเรียน แต่ไม่มีโอกาส T^T"
"เอนต์ให้ติดแม่งง่าย แต่จะเรียนจบรึเปล่านั่นอีกเรื่องนึง"
แต่ก็ยังดีนะค่ะ ที่มีโอกาสได้เรียน ไม่ว่าจะจบหรือไม่..
เศร้า แอบอิจฉา เพราะตัวเองเรียนไม่ได้..
..ยังไงก็สู้ๆนะค่ะ...

#33 By breeZy'' g i r l on 2007-12-09 22:18

วิศวะก็มีทีสิสนะ ...
sad smile

#34 By Na - th (นัท) on 2007-12-10 00:24

คิดถึงๆ สู้ๆ
เข้าใจ

#35 By สถ. (58.64.55.76) on 2007-12-10 09:12

โฮ่ อ่านจบแล้วซึ้งมากค่ะ
เป็นน้องคณะคนนึง ToT

รู้สึกว่าวันเวลามันผ่านไปรวดเร็วมากเลย

นั่นคืออนาคตอันใกล้สินะคะ

ทีซิสพยายามเข้านะคะ

#36 By J.KaMe on 2007-12-10 16:35

ฝนมีอะไรจะให้ค่ะ... อยู่ในบลอคฝนแน่ะ

...

ศิลป์จุ่มปีนั้น...ทำยังไงถึงเข้าแถวได้ตรงแน้วกันขนาดนั้นล่ะคะ.... (หรือว่าไม่ใช่ศิลป์จุ่ม??)

#37 By Fonn || AR51 on 2007-12-11 14:43

มีไรให้ช่วยก้อบอกได้นะคับ
พอจะจบเเล้วมันผูกพันธ์เนอะ... เพลงมันโดนจิงๆ - -"
เรียนถาปัดมา 7 ปีแล้วอะ กำลังจะเรียนต่ออีกปีครึ่ง...
เหมือนจะบ้า แต่มันมันส์ มันท้อ มันสนุก มันเศร้า จนเลิกไม่ได้จริง ๆ ค่ะ สู้ ๆนะคะbig smile

#40 By iaakuza (58.8.90.228) on 2007-12-14 06:12

อ่านแล้วน้ำตานองหน้า เพราะเป็นความรู้สึกเดียวกับเราตอนนี้...เรียนคณะนี้มันเหนื่อยจริงๆ
เป็นความหวังลึกๆจากจิตใจว่า "จะผ่านมันไปได้ด้วยดี"big smile

#41 By Obey (58.9.46.117) on 2007-12-14 20:19

มาเป็นกำลังใจ
ทำให้ดีที่สุดนะ:)
มองย้อนกลับมา คุณจะมีความสุขกับช่วงเวลานี้
"แม่น้ำไม่ไหลกลับ"

เราเคยเรียนตกแต่งในม.เอกชนแห่งนึง
แต่พอถึงเวลาทำthesis เกิดปัญหาเยอะ ท้อ
ดรอปไว้ แล้วเราก็ไม่ได้กลับไปทำ
สุดท้ายก็ไม่จบ คาไว้อย่างนั้น 55"คาใจ"ด้วย

เราไม่ใช่คนเรียนแย่ 4ปีที่เรียนเราได้ที่1ของภาคตลอด
ได้รับทุนเรียนดี สำหรับคนที่ทำคะแนนถึงกำหนด
อาจารย์พยายามตามเรากลับไปทำ
บอกว่าเรามีลักษณะของนักออกแบบที่ดี
เราดื้อ

ส่วนนึงที่ไม่กลับไปทำ เป็นเรื่องความคิดด้วย
เราสับสน ไม่ค่อยเข้าใจระบบสอน
แก้ๆ ตลอด บ่นตลอด
แต่เราคิดว่าบางทีเค้าไม่เข้าใจปัญหาของงาน
ซึ่งมันต่างในบริบท ซึ่งไม่ใช่แบบที่เค้ามีในหัว

ถ้าเราไม่ดื้อ ทำต่อให้จบ แม้จะไม่ใช่thesisที่ดีนัก
เราคงได้มองย้อนกลับไปยังช่วงเวลานั้น
อย่างมีความสุขมากกว่านี้open-mounthed smile

(ตอนนั้น แค่ทำให้จบ เรามีสิทธิเกียรตินิยมอันดับ2ด้วย)

สู้ๆนะ
คุณเรียนเก่ง และเป็นนักกีฬา อึดอยู่แล้วนิ:P
งานเรียน ไม่ได้เอาเป็นเอาตายขนาดนั้น
almost perfect เป็นธรรมชาติมากกว่าด้วย
พักผ่อนเยอะๆ
"Happy in game,happy in love" โชคดี
question

#42 By noui (203.113.81.170) on 2007-12-15 04:14

เราเรียนนิเทศเราก็ไม่เข้าใจหรอ
ว่าได้พวกเด็กถาปัดมันทำอะไรกันนักหนา

แต่พอมาอยู่ปีสูงๆ ก็เข้าใจ
เป็นคณะที่มุ่งมั่นมาก
เป็นกำลังใจให้อีกคนครับ

(อ่านแล้วเหนื่อยจัง แล้วจะจบหรือยังครับ)big smile Hot!

#43 By Vinosuke no Emo on 2007-12-19 22:34

big smile GoOd LuCk nA!

#44 By * A SoCiaL bUtTeRfLy * on 2007-12-20 22:16


เห็นพี่เมท[หอใน]ห้องข้างๆอยู่ถาปัดปีห้าเหมือนกัน
นั่งตัดๆ วัดๆ ดึกๆดื่น ตีสี่ตีห้ายังไม่นอน
เห็นแล้วก็แอบเอาใจช่วยพี่เค้าเหมือนกัน เพราะแบบ
จำได้ว่าตอนพี่คนนี้เค้าอยู่ปีสี่ เค้าทำเป็นโมเดลรูป
อาคาร อันนั้นก็แอบเห็นเค้าทำโต้รุ่งอยู่หลายวันเหมือนกัน

พอดีผ่านมา ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่เหมือนกันนะค๊า
สู้ๆค่ะ


big smile

#45 By gift's blog on 2007-12-22 12:54

สู้ๆ น้า...
เป็นกำลังใจให้...
Everything's gonna be alright

#46 By freedom (125.27.140.141) on 2007-12-24 14:15

Hot! Hot! Hot!

#47 By iDoi* on 2008-01-05 22:53

อ่านแล้วขนลุกว่ะ

#48 By a lways (125.24.173.137) on 2008-02-01 02:02

ผมก็เรียนสถาปัตคับและแล้วก็จบสิ้นกันทีกะทีสีตเปนอะไรที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่เสดสุดแสนที่จะเหนื่อยล้าและทรมานมากๆได้นอนวันละ3ชั่วโมงยิ่งตอนส่งไฟนอลนี่สิสุดยอดไม่ได้นอนติดกันมา3วันเลยเพราะกลัวว่างานเส็ดไม่ทันยิ่งตอนจุลี่นี่สิพูดไม่รู้เรื่องเลย5555เพราะตอนนั้นสมองมันเบลอหมดแล้วแต่สุดท้ายก็ผ่านจนได้แต่ถึงว่ามันจะหนักจะเหนื่อยยังไงถ้าเรามีศรัทธาแน่วแน่เราก็จะทำได้แล้วความเหนื่อยก็จะหายไป

#49 By fongbeer (125.24.239.134) on 2008-03-10 09:42

ดีค่ะ...
สู้ๆๆ

#50 By อิอิ (118.172.134.144) on 2008-04-22 02:13