มีคนบอกไว้ว่า
ดอกทานตะวันแทนความหวัง
เพราะมันหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์อยู่เสมอ
คนเราก็เช่นกัน
เมื่อคืนวันศุกร์
ผมกำลังนั่งทำงานอย่างเกียจคร้าน
บนโต๊ะอาหารที่ตัวเล็กที่ผมแปลงสภาพมันเป็นโต๊ะคอม
ดึกคืนนั้น พี่ชายคนนึง msn มาถามผม
ว่าพรุ่งนี้ไปเที่ยวปากช่องด้วยกันไหม
ฟรีหรือเปล่า ผมถามไปแค่นั้น
เช้าวันเสาร์
รถyarisสีขาว พาผมไปถึงบ้านหลังเล็กหลังหนึ่ง
บนเนินเขา ในเขตปากช่อง
บ้านน่ารัก และน่าอยู่เหลือเกิน
เหมือนกับในนิทานอย่างไรอย่างนั้น
เจ้าของบ้านออกมาทักทาย
เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง
ลมหนาวมาปะทะหน้าวูบหนึ่ง
ฉิบหาย
นี่ตอนเที่ยงยังหนาวขนาดนี้
แล้วตอนกลางคืนมันจะหนาวขนาดไหนวะ
ผมคิดพลางนึกถึงเสื้อสองตัวบางๆที่ติดมาด้วย
คืนวันเสาร์
หลังจากเสร็จภารกิจของการมาเที่ยวทุกครั้ง
นั่นคือการร่ำสุรา
คราวนี้อาจต่างไปบ้าง
เพราะทุกคนต่างเป็นเพื่อนใหม่ที่ผมเพิ่งรู้จัก
คืนนั้นเจ้าของบ้านใจดีกางเตนท์ให้ผม
ความรู้สึกแรกที่เข้าไปช่างหนาวจับใจ
แต่ไออุ่นจากตัวมนุษย์ ก็ทำให้ในเต้นท์นั่นอุ่นขึ้นได้เหมือนกัน
เที่ยงวันอาทิตย์
เราเดินทางไปเที่ยวกันหลายที่มาก
แต่ที่ประทับใจที่สุด เห็นจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
"ทุ่งทานตะวัน"
เพราะมันไม่ใช่แค่ทุ่งดาดๆที่นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปกัน
แต่เป็นทุ่งที่ชาวบ้านปลูกไว้จริงๆ เพื่อเก็บเมล็ดมันมาขาย
ทุ่งแห่งนี้อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา
จึงไม่มีคน เหมือนทุ่งส่วนตัวของเรา
เหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ
เราลงไปถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
ทั้งที่ตัวเองก็อายุไม่ใช่น้อยแล้ว
ใครผ่านไปมาเห็นภาพนั้นคงสนุกดี
ขอบคุณพี่ชายใจดีที่ชวนผมไปเที่ยวในคราวนี้
และขอบคุณที่ 13 องศาที่ปากช่องไม่ได้มีผลอะไรต่อผม
เพราะเวลามีคนที่เชื่อใจอยู่ใกล้ๆ
ทุกอย่างมักจะดูอบอุ่นเสมอ
คุณเป็นเหมือนพระอาทิตย์
สำหรับดอกทานตะวันอย่างผมครับ
เพียงเธอ - สุกัญญา มิเกล
ผ่านคืนวันโหดร้ายนานเหมือนชั่วกาล
กลับมีคนห่วงใยกัน สุขใจทุกวันมีเธออยู่ข้างกาย
ภาพสวยมากๆ ครับ
Wonderful Weekend!
#1 By AkE on 2007-12-04 09:08