ลมหนาวที่เข้ามาทางหน้าต่างจากชั้น 29
ในปีนี้มันดูหนาวกว่าที่เคย
มันหนาวเพราะอุณหภูมินอกหน้าต่าง
หรือหนาว เพราะเราคิดไปเองกันแน่
เมื่อหลายเดือนก่อน ผมขอร้องแกมบังคับคุณพ่อ
ให้ซื้อหมอนข้างให้หน่อย
เพราะตั้งแต่เด็กไม่ชอบหมอนข้าง รู้สึกเหมือนมันมาแย่งพื้นที่เตียงของเรา
แต่มีมันซะหน่อย จะได้เอาไว้กอด เวลาอยู่คนเดียว
พี่ชายผมเดินทางไปเป็นแพทย์ที่ต่างจังหวัด
นั่นทำให้ผมเริ่มครอบครองพื้นที่ 35 ตารางเมตรนี้อย่างเป็นส่วนตัว
วิทยานิพนธ์เริ่มลุกลามจนผมกองของไว้เต็มเตียงตัวเอง
แล้วหนีไปนอนห้องพี่แทน
บ่ายๆของวันก่อน มันเริ่มลุกลามมากินที่ห้องอาหารและหน้าทีวี
โมเดลขนาดใหญ่กว่าโต๊ะดราฟเริ่มกองอยู่เต็มห้อง
มีบางห้วงเวลาที่ผมคิดไปไกลถึงว่า
นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่
ผมทำสิ่งเหล่านี้ไปทำไมกัน
เพื่อใคร เพื่อตัวเองเหรอ หรือเพื่อพ่อแม่
"วันนึงเค้าจะต้องเรียนจบ มีงานดีๆทำ แต่งงานกับผู้หญิงดีๆ แล้วมีครอบครัวที่อบอุ่น"
นี่คือสิ่งที่ผมควรหวัง เหมือนที่สินจัยพูดไว้ในหนังอย่างนั้นเหรอ
ฟุ้งซ่าน มึงเป็นเหี้ย'ไรเนี่ย
ผมด่าตัวเอง ก่อนก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
ผมเรียกสถาณการณ์แบบเมื่อกี้ว่า "จิตหลุด"
อันนี้ถือเป็นขั้นกว่าของ"จิตตก"
ผมว่าตอนนี้ผมควรทำเวลาปัจจุบันให้ดีที่สุดจะดีกว่า
คิดง่ายๆให้เรียนจบให้ไวที่สุดเท่าที่ควรจะเป็น
เรื่องหลังจากนั้นช่างมัน อะไรที่มันไม่เกิดก็อย่าไปคิดมาก
เรียนให้จบๆๆๆๆ
วันก่อนลูกพี่ลูกน้องจากทางใต้โทรมาบอก
ว่าตอนนี้คุณป้าเตรียมตัดชุดใหม่แล้วนะ จะใส่มางานรับปริญญาผม
ไม่นานไปหน่อยเหรอกว่าจะถึงวันนั้น ผมถาม
ไม่นานหรอก เพราะต้องเก็บเงินเป็นค่าขึ้นมากรุงเทพของคุณป้า พี่ๆ และหลานๆด้วย
ภาพผมใส่ขุดครุยสีขาว ใบหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางญาติและเพื่อน
ลอยมาตบหัวอย่างจัง
แล้วผมก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ทำไปๆๆๆๆๆ
ช่วงนี้จิตใจทำไมเปราะบางอย่างนี้วะ?
ทุกครั้งที่โดนอาจารย์จวกเรื่องแบบ (จวก=การวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา)
น้ำตามันพาลจะไหลเอาทุกครั้ง
นี่ตอนตรวจแบบครั้งสุดท้ายที่มีอาจารย์ค่อนภาควิชามาฟัง
ผมไม่ต้องยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นหรอกเหรอเนี่ย
จะว่าไปผมเริ่มเห็นบรรยากาศของความตึงเครียด
เพื่อนหลายคนเริ่มร้องไห้ เพราะงานไม่เป็นไปอย่างที่หวัง
บางคนคิดไม่ตก หงุดหงิด ใจลอย หลายสถานะ
ลมหนาวพัดเข้ามาทางหน้าต่างอีกครั้ง
เสื้อรักบี้สีดำเบอร์ 14 ที่มีชื่อผมปักกลางหลัง
เป็นเหมือนสิ่งเดียวที่ยังทำให้ผมมีความอบอุ่นอยู่ได้ในตอนนี้
เสื้อตัวนี้มีความหมายมากกับผม กว่าที่ใครหลายๆคนคิด
เพราะนั้นแสดงว่า
ไม่ว่าผมจะเป็นอะไร เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรแค่ไหนมา
เพื่อนก็คือเพื่อน
ที่พร้อมจะรับฟัง ให้อภัย และพร้อมจะวิ่งตามกันไปเสมอ
ทั้งในสนามและนอกสนาม
นอกจากครอบครัวแล้ว ก็น่าจะเป็นพวกมึงนี่แหละ
ที่ทำให้กูพอมีชีวิตอยู่ได้ในช่วงหนาวๆแบบนี้
หวังว่าพวกเราจะจบพร้อมกัน ได้ใส่มุ้งยิ้มแป้นกันอยู่หน้าบันไดคณะ
งั้นมึงเลิกเว่นเว้อแล้วไปทำงานต่อสิไป ไป
ผมด่าตัวเอง
คืนอันเป็นนิรันดร์ - ลูกหว้า ดูบาดู
ประกอบละครนิเทศเมื่อนานมาแล้ว
กลัวการขึ้นปี5
กลัวทีสิสที่ไม่รู้ทำไมต้องทำตอนหน้าหนาวด้วยนะ
เอาว่า... ฝนก็ช่วยอะไรไม่ได้มากและคงยังไม่เข้าใจถึงความเครียดขั้นแมกซ์ของทีสิส
ที่อาจเทียบไม่ได้เลย กับความเครียดเวลาแบบโปรเจคนิ่ง
ช่วยได้ก็แค่ให้กำลังใจ
ให้พี่ปีห้าทุกๆคน ผ่านมันไปให้ดีที่สุดนะคะ
#1 By Fonn || AR51 on 2007-11-30 20:39