หนาว

posted on 30 Nov 2007 19:04 by 1812  in Life

ลมหนาวที่เข้ามาทางหน้าต่างจากชั้น 29
ในปีนี้มันดูหนาวกว่าที่เคย
มันหนาวเพราะอุณหภูมินอกหน้าต่าง
หรือหนาว เพราะเราคิดไปเองกันแน่

เมื่อหลายเดือนก่อน ผมขอร้องแกมบังคับคุณพ่อ
ให้ซื้อหมอนข้างให้หน่อย
เพราะตั้งแต่เด็กไม่ชอบหมอนข้าง รู้สึกเหมือนมันมาแย่งพื้นที่เตียงของเรา
แต่มีมันซะหน่อย จะได้เอาไว้กอด เวลาอยู่คนเดียว

พี่ชายผมเดินทางไปเป็นแพทย์ที่ต่างจังหวัด
นั่นทำให้ผมเริ่มครอบครองพื้นที่ 35 ตารางเมตรนี้อย่างเป็นส่วนตัว
วิทยานิพนธ์เริ่มลุกลามจนผมกองของไว้เต็มเตียงตัวเอง
แล้วหนีไปนอนห้องพี่แทน
บ่ายๆของวันก่อน มันเริ่มลุกลามมากินที่ห้องอาหารและหน้าทีวี
โมเดลขนาดใหญ่กว่าโต๊ะดราฟเริ่มกองอยู่เต็มห้อง

มีบางห้วงเวลาที่ผมคิดไปไกลถึงว่า
นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่
ผมทำสิ่งเหล่านี้ไปทำไมกัน
เพื่อใคร เพื่อตัวเองเหรอ หรือเพื่อพ่อแม่
"วันนึงเค้าจะต้องเรียนจบ มีงานดีๆทำ แต่งงานกับผู้หญิงดีๆ แล้วมีครอบครัวที่อบอุ่น"
นี่คือสิ่งที่ผมควรหวัง เหมือนที่สินจัยพูดไว้ในหนังอย่างนั้นเหรอ

ฟุ้งซ่าน มึงเป็นเหี้ย'ไรเนี่ย
ผมด่าตัวเอง ก่อนก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
ผมเรียกสถาณการณ์แบบเมื่อกี้ว่า "จิตหลุด"
อันนี้ถือเป็นขั้นกว่าของ"จิตตก"

ผมว่าตอนนี้ผมควรทำเวลาปัจจุบันให้ดีที่สุดจะดีกว่า
คิดง่ายๆให้เรียนจบให้ไวที่สุดเท่าที่ควรจะเป็น
เรื่องหลังจากนั้นช่างมัน อะไรที่มันไม่เกิดก็อย่าไปคิดมาก
เรียนให้จบๆๆๆๆ
วันก่อนลูกพี่ลูกน้องจากทางใต้โทรมาบอก
ว่าตอนนี้คุณป้าเตรียมตัดชุดใหม่แล้วนะ จะใส่มางานรับปริญญาผม
ไม่นานไปหน่อยเหรอกว่าจะถึงวันนั้น ผมถาม
ไม่นานหรอก เพราะต้องเก็บเงินเป็นค่าขึ้นมากรุงเทพของคุณป้า พี่ๆ และหลานๆด้วย
ภาพผมใส่ขุดครุยสีขาว ใบหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางญาติและเพื่อน
ลอยมาตบหัวอย่างจัง
แล้วผมก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ทำไปๆๆๆๆๆ

ช่วงนี้จิตใจทำไมเปราะบางอย่างนี้วะ?
ทุกครั้งที่โดนอาจารย์จวกเรื่องแบบ (จวก=การวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา)
น้ำตามันพาลจะไหลเอาทุกครั้ง
นี่ตอนตรวจแบบครั้งสุดท้ายที่มีอาจารย์ค่อนภาควิชามาฟัง
ผมไม่ต้องยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นหรอกเหรอเนี่ย
จะว่าไปผมเริ่มเห็นบรรยากาศของความตึงเครียด
เพื่อนหลายคนเริ่มร้องไห้ เพราะงานไม่เป็นไปอย่างที่หวัง
บางคนคิดไม่ตก หงุดหงิด ใจลอย หลายสถานะ

ลมหนาวพัดเข้ามาทางหน้าต่างอีกครั้ง
เสื้อรักบี้สีดำเบอร์ 14 ที่มีชื่อผมปักกลางหลัง
เป็นเหมือนสิ่งเดียวที่ยังทำให้ผมมีความอบอุ่นอยู่ได้ในตอนนี้
เสื้อตัวนี้มีความหมายมากกับผม กว่าที่ใครหลายๆคนคิด
เพราะนั้นแสดงว่า
ไม่ว่าผมจะเป็นอะไร เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรแค่ไหนมา
เพื่อนก็คือเพื่อน
ที่พร้อมจะรับฟัง ให้อภัย และพร้อมจะวิ่งตามกันไปเสมอ
ทั้งในสนามและนอกสนาม

นอกจากครอบครัวแล้ว ก็น่าจะเป็นพวกมึงนี่แหละ
ที่ทำให้กูพอมีชีวิตอยู่ได้ในช่วงหนาวๆแบบนี้
หวังว่าพวกเราจะจบพร้อมกัน ได้ใส่มุ้งยิ้มแป้นกันอยู่หน้าบันไดคณะ

งั้นมึงเลิกเว่นเว้อแล้วไปทำงานต่อสิไป ไป
ผมด่าตัวเอง



คืนอันเป็นนิรันดร์ - ลูกหว้า ดูบาดู
ประกอบละครนิเทศเมื่อนานมาแล้ว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ทำให้กลัวการเติบโต...
กลัวการขึ้นปี5
กลัวทีสิสที่ไม่รู้ทำไมต้องทำตอนหน้าหนาวด้วยนะ

เอาว่า... ฝนก็ช่วยอะไรไม่ได้มากและคงยังไม่เข้าใจถึงความเครียดขั้นแมกซ์ของทีสิส

ที่อาจเทียบไม่ได้เลย กับความเครียดเวลาแบบโปรเจคนิ่ง

ช่วยได้ก็แค่ให้กำลังใจ

ให้พี่ปีห้าทุกๆคน ผ่านมันไปให้ดีที่สุดนะคะ

#1 By Fonn || AR51 on 2007-11-30 20:39

open-mounthed smile

#2 By parmer on 2007-11-30 23:50

คิดเหมือนฝนข้างบนค่ะ

อ่านแล้วไม่อยากโต แค่โปรเจกท์สำนักงานหลังแรก ก็เครียดจนอยากร้องไห้วันละหลายๆครั้ง

ตอนนี้จ๋าเองก็มานั่งคิดเหมือนกันว่าจ๋าเรียนทุกวันนี้เพื่อใครกันแน่ ทรมานอย่างงี้เพื่ออะไรกัน

ทั้งๆที่จ๋าก็เป็นคนเลือกเดินทางนี้เอง แต่มาถึงตอนนี้ก็คิดอะไรแปลกๆขึ้นมาเต็มไปหมด

เอาใจช่วยค่ะพี่โบ้ สู้ๆนะคะbig smile

#3 By Lover Boy on 2007-12-01 00:41

หัวบลอคน่ารักจัง
ชอบจักรยานเป็นพิเศษอยู่แล้ว
เลยรู้สึกชอบบลอคคุณ

#4 By The little black princess on 2007-12-01 01:13

อารมณ์เดียวกันเลย....
ต้อง present สัมมนาวันอังคาร...
ท่ามกลางคำถามจากเพื่อนๆ พี่ๆป.โท แล้วก้ออาจารย์
แต่สถานการณ์อย่างงี้ ไม่ใช่ว่าเราเจอแค่คนเดียวซะเมื่อไหร่เนอะ...(บอกตัวเอง)
จาบอกให้ว่าบางวัน เราก็ต้องไปวิ่งไล่จับค้างคาว
กว่าจาได้ข้อมูลมาทำ project งี้...
เลือดตาแทบกระเด็น
ยินดีล่วงหน้า...เพราะเราคงจบพร้อมกัน sad smile big smile

#5 By freedom (125.27.132.224) on 2007-12-01 01:38

แปลกที่พอใกล้ๆจะจบ ส่วนใหญ่ทุกคนจะมีอาการจิตตก
มีอาการเวิ่นเว้อวุ่นวายเป็นระยะๆ

หรือเพราะนี่เป็นอาการเริ่มแรกของการเข้าสู่วัยผู้ใหญ่sad smile

#6 By *บลาสต์ on 2007-12-01 06:50


ถึงอย่างไร คนเราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ

#7 By Juninyá on 2007-12-01 12:54

สู้ๆ จะจบแล้ว big smile

#8 By 0_-- (161.246.1.37) on 2007-12-02 14:51

โบ้!!

เเวะเข้ามาดู เเล้วก็พบว่าอยู่ในอาการคล้ายๆกันเลย

ขนาดอ๊อนยังมีเวลาอีกเกือบปีก่อนdiploma project

เป็นอารมณ์งงสกาปัต

เเกจบก่อน ยังไงก็อามาเล่าให้ฟังกันบ้างน้าา

สู้ๆๆว่ะ

ps webโชว่(ยังทำอยู่)เเสดงอาทิตย์หน้า ไว้ปิดเทอมจะเขียนไปเน้อ

#9 By on28 (133.11.50.150) on 2007-12-03 07:34

คนนอกวงการ
เข้ามาแอบอ่านอยู่เรื่อยๆ

เอาใจช่วย
ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยใจของเราเอง

สู้ๆครับ

#10 By คางคก (58.10.234.107) on 2007-12-07 01:05

อย่าท้อนะ

#11 By mink (203.118.122.34) on 2008-01-04 23:49

ผมบังเอิญผ่านมาแล้วก้ได้อ่านบทความดีๆที่คุณเขียนนะครับ จนมาถึงบทความนี้ ในฐานะที่เรียนจบมาก่อนและก็อยู่ในวิชาชีพเดียวกันแม้จะคนละสถาบัน แต่ผมอยากบอกว่า พยายามเข้านะครับ ไม่มีสิ่งมีค่าอะไรได้มาง่ายๆ
และสุดท้ายทีสิทของคุณจะออกมาไม่สมกับที่ตัวเองตั้งไว้ แต่คุณก็มีทางเดินอีกยาวไกลในวงการออกแบบและวงการสถาปัต ที่มีประตูอีกหลายบานให้เดินเข้าไปและความสำเร็จก็จะรอคุณอยู่ในนั้น เพียงแต่คนที่จะค้นเจอประตูเหล่านั้น จะต้องมีความรัก(ในงานที่ตัวเองทำ)ทุ่มเท และ อดทน หวังว่าวันนึง จะได้เห็นชื่อคุณอยู่ในทำเนียบสถาปนิกเก่งของประเทศไทยนะครับ ให้กำลังใจครับสู้ๆ big smile

#12 By b_int (58.8.243.240) on 2008-01-18 15:58