ชวนดูนิทรรศการ
posted on 17 Nov 2007 09:19 by 1812 in Design-ArchitecturePresence of the Past vs Nine days in the kingdom
เมื่อวานถือว่าเป็นความบังเอิญอย่างหนึ่ง คือไม่ได้ตั้งใจไปดูนิทรรศการเหล่านี้ แต่เดินผ่านและก็อยู่ว่างๆพอดี นิทรรศการแรก ชื่อ "Presence of the Past" ความรัก ความขัดแย้ง และแฟชั่น เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับการค้นหาตัวตนและวิธีคิดของเจ้าหญิงนักออกแบบ พระองค์เจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จัดขึ้นที่ TCDC (The Emporium)
อย่างแรกสุดต้องขอชื่นชมคนออกแบบนิทรรศการ แม้ไม่มีคนบอกแต่ mood นั้นเหมือนเราเดินอยู่บนรันเวย์ไม่มีผิด ประมาณว่าเป็นนายแบบน่ะ แล้วเสียงประกอบนั้นนอกจากจะมีเพลงประกอบแฟชั่นแล้ว ยังมีเสียงฝีเท้า เหมือนมีคนเดินอยู่จริงๆ นิทรรศการแบ่งเป็นห้องใหญ่ที่เป็นรันเวย์ แสดงผลงาน Collection ล่าสุดของท่านหญิง และมีห้องย่อยอีก 5 ห้องซึ่งแสดงถึงที่มาของความคิดและแรงบันดาลใจ
มีเสียงลือหลายอย่างว่างานของท่านหญิงที่เราๆได้เห็นกันนี้ เป็นเพราะเธอมีผู้ช่วยที่ดี สังเกตุได้จากทีมงานที่มาช่วยล้วนเป็นแถวหน้าของวงการแฟชั่นบ้านเรา แต่หากพูดกันแบบไม่มีอคติ งานชุดนี้ถือเป็น collection ที่ดีที่สุดชุดหนึ่งของปีนี้ที่ผมเคยเห็นเลยก็ว่าได้ เคยฟังท่านหญิงพูดทั้งในทีวีและดูในสารคดีที่ฉายในนิทรรศการ ผมพบว่าเธอก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กหญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่อยากทำอะไรให้ดีที่สุด หลายๆสิ่งเกิดจากแนวคิดจากตัวท่านหญิงเอง ลงมือตัดเย็บและดูแลตลอดด้วยตัวท่านเอง แต่สุดท้ายท่านก็บอกว่าทั้งหมดเป็นเพราะท่านมีทีมที่ดีด้วยเช่นกัน
หลังจากไปเอ็มโพเรียมแล้ว ก็บังเอิญอยากได้ lamy แท่งใหม่สีขาวขึ้นมาแต่ที่นั่นของหมด ทำให้ได้ถ่อไป Central World และไปเจอกับนิทรรศการภาพถ่าย "Nine days in the kingdom" นิทรรศการที่เกิดจากบริษัทหนังสือเดิมที่เคยทำ seven days in the kingdom สมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชครบหกสิบปี แต่งานนี้แรงกว่าด้วยการเชิญช่างภาพแถวหน้าของโลกมากถึง 55 คนทั้งชาวไทย(5)และต่างประเทศ มาถ่ายทอดมุมมองที่พวกเค้ามองเมืองไทยในรายละเอียดแง่มุมต่างๆ โดยแต่ละท่านจะถูกแบ่งไปถ่ายจังหวัดและหัวข้อที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละท่านจะอยู่ในที่เหล่านั้นเป็นเวลาเก้าวัน
ผมเคยพูดคุยกับช่างภาพไทยที่ทำงานในโครงการนี้ ท่านเล่าให้ฟังเป็นเกร็ดว่า ช่างภาพใหญ่ของโลกที่ดังๆ ก็จะ(ใช้อิทธิพล)ได้เลือกหัวข้อก่อน ซึ่งหัวข้อที่แย่งชิงกันส่วนมากคือเรื่อง พระพุทธศาสนา มวยไทย ชนบท นั่นย่อมแสดงถึงมุมมองที่พวกเขามองเรา เพราะสิ่งเหล่านี้หาไม่ได้จากประเทศอื่นๆแน่นอน ขณะที่คนไทยเริ่มจะมองข้ามของดีๆเหล่านี้ไป (หลายคนในประเทศไม่เคยรู้ว่าเรามีสะพานมอญอยู่ที่สังขละบุรี ที่เกิดจากเศษไม้มาต่อกัน)
แต่ภาพที่ผมชอบมากกลับไปอยู่ที่มุมห้องหนึ่ง ซึ่งมีงานของช่างภาพใหญ่สามคน เป็นภาพของบาทหลวงฝรั่งที่อุทิศชีวิตดูแลผู้ป่วยที่วัดถ้ำกระบอก, นักมวยค่ายแฟร์เท็กที่พัทยา นักมวยเหล่านี้ขึ้นต่อยเพื่อเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างหนึ่ง และสุดท้ายคือทุกซอกมุมของกรุงเทพที่มีการก่อสร้าง คือช่างภาพได้ตามถ่ายชีวิตคนงานก่อสร้างในกรุงเทพ อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมผมดูงานสามชิ้นนี้แล้วรู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก
จะว่าไปนิทรรศการทั้งสองงานมีคนไปดูน้อยมากๆ ไม่ใช่เพราะขาดประชาสัมพันธ์หรอก แต่เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบดูนิทรรศการมากกว่า เคยเห็นที่ญี่ปุ่น คนกางร่มต่อแถวยาวมากๆเพื่อรอเข้าชมนิทรรศการต่างๆ ทุกแห่งที่ผมไปจะเป็นอย่างนี้หมด อยากให้คนไทยเป็นอย่างนั้นบ้างครับ
ใกล้ที่ทำงานพอดี
#1 By sickyป่วยไม่มีชิ้นดี on 2007-11-17 10:18