World Film Festival 2007

posted on 01 Nov 2007 12:35 by 1812  in Film

เทศการเวิร์ดฟิลม์ปีนี้จัดที่เอสพลานาด ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่ค่อยชอบ เพราะมันเดินทางยาก นั่นรวมถึงทำให้ผู้ชมในโรงที่เคยมีขาจรด้วย ลดลงจากตอนฉายแถวสยามอย่างชัดเจน เทศกาลปีนี้ของผมอาจเริ่มช้ากว่าคนอื่น ด้วยการจัดเวลาเรื่องเรียน รวมถึงทุนที่จำกัดเนื่องจากจะเก็บไว้ทำทีสิส ดังนั้นผมจึง limit ตัวเองให้ดูเพียง 7 เรื่องเท่านั้น (อาจดูเพิ่มภายหลังถ้าเวลาอำนวย)

การเลือกหนังเทศกาลดู ย่อมเกิดจากแต่ละบุคคล ส่วนมากก็ต้องดูหนังที่ดังๆ ได้รับรางวัลจากเทศกาลต่างๆ รวมถึงคำชมเชยมากๆ ปีนี้ผมยังเลือกดูหนังโซนเอเชียเหมือนเดิม ด้วยความชอบ บวกกับหนังยุโรปอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งหนังยุโรปนี่บอกตามตรงว่าชอบมากเหมือนกัน เพราะมันมีความเป็น Art สูงมากเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ แต่เพื่อความไม่จิตป่วงจนเกินไป ผมก็พยามเลือกหนังสนุกๆดูล่ะนะ และนี่คือหนังที่ได้ดู พร้อมคำชื่นชมนิดๆหน่อยๆครับ

วันแรก : 31 ตุลาคม 2550

1. I Served the King of England (2006, Jiri Menzel, Czech Republic, A+)
"ความตลกร้ายของชายแก่ในยุคทุนนิยม"

 

หนังยุโรปดูง่ายและสนุกตลอดเรื่อง ว่าด้วยบาร์เทนเดอร์ที่เติบโตผ่านช่วงเวลาต่างๆตั้งแต่บาร์ โรงแรม จนกลายเป็นมหาเศรษฐี และเชลยสงครามในที่สุด ไม่รู้ว่าใครสังเกตุหรือเปล่า แต่ผมว่าตัวละครหลักหน้าตายิ่งแก่ยิ่งเหมือนฮิตเลอร์เข้าไปทุกที จุดนึงที่เป็นภาพหลักของหนัง คือเศษเหรียญที่อยู่บนพื้น เขากล่าวว่าไม่ว่าจะเป็นคนจน ร่ำรวยล้นฟ้า เมื่อทุกคนเห็นเงินบนพื้น ก็พร้อมจะคลานสี่ขาไปเก็บมันทั้งนั้น โอ..แรงได้ใจ

จริงๆหนังมีประเด็นการเมืองช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอยู่เหมือนกัน คือความขัดแย้งระหว่างสาธารณรัฐเชค กับเยอรมัน แต่เป็นการนำเสนอที่ไม่รุนแรงนัก แต่ก็จับใจเหลือเกิน


2. Help Me Eros (2007, Lee Kang-Sheng, Taiwan, A)
"หลงกลิ่นกัญชา"

 

หนังที่ว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มนักเล่นหุ้น หญิงนุ่งน้อยขายหมาก และหญิงอ้วนที่ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ โดยคนแรกนี่ติดกัญชาถึงขนาดปลูกมันในบ้าน และแม้ไม่มีเงินจะจ่ายค่าไฟ แต่กูขอปลูกปุ๊นให้โตก่อน ขณะที่หญิงอ้วน ผมชอบคนนี้มากที่สุด เพราะเธอถูกสามีทำอาหารอร่อยๆให้กินทุกวัน เรียกว่าขุนจนอ้วน แต่สามีของเธอกลายเป็นกระเทยแต่งหญิงซะได้ ชิท!

เหมือนงานเลี้ยงของคนรู้จัก เพราะใครๆก็ไปดูเรื่องนี้กันหมด แสดงถึง "Sex Drive" ที่ยังขายได้อยู่ โดยเฉพาะฉากโป๊วิจิตรที่เห็นตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงการได้เห็น"ตรงนั้น"ของหลี่คังเฉินด้วย หนังเดินทางตามแบบไฉ้หมิงเลี่ยง ผู้กำกับคู่บุญ แต่โจ่งแจ้งมากกว่า เข้าใจง่ายมากกว่า หรือชั้นเชิงน้อยกว่า แล้วแต่คนจะคิด แต่สำหรับเด็กอย่างผม ประสบการณ์ร่วมกับงานของไฉ้ทำให้ผมไม่อินถึงที่สุด อาจเพราะต้องดูอีกครั้ง แต่นั้นก็ทำให้ผมเข้าใจ หลี่คังเฉิน ได้ดีกว่า

หลี่คังเฉิน กล่าวในตอน Q&A ว่านี่คือการสะท้อนให้เห็นการได้อะไรมาง่ายๆ และเสียอะไรไปง่ายๆเช่นกัน จึงทำให้เรารู้สึกเบาหวิวและต้องหาอะไรมาเติมเต็มชีวิต (กัญชา เซ็กซ์ และการกินไม่หยุด) โดยรวมผมชอบ


วันที่สอง : 1 พฤศจิกายน 2550

3. In Between (1994,Yonfan/Sylvia Chang/Leung Chun Chiu, Hong Kong, B+)
"เรื่องเล่าของเหล่ารูมเมท"

หนังในเทศกาลที่ tribute ให้กับ Sylvia Chang หรือ จางอ้ายเจีย ผู้กำกับหญิงและนักแสดงหญิงแถวหน้าๆของฮ่องกง โดยเทศกาลเลือกมาฉาย 6 เรื่องและผมได้ดูเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว สำหรับเรื่อง in between นี้เป็นการร่วมงานกันของผู้กำกับสามคน คือ จากอ้ายเจีย,หยอนฟาน(Bishonen) และแซมซั่น ชิว(นางสาวกำไก่) โดยแบ่งเป็นสามตอนเล่าผ่านเรื่องราวของชาย2หญิง1 ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์เดียวกัน 

ซึ่ง ผมเองปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่าใครกำกับตอนไหนของหนัง แต่ส่วนที่ชอบมากสุดคือส่วนสุดท้าย ที่จางม่านอวี้แสดงนำ เธอสวยยังไงก็สวยอย่างนั้น ที่สำคัญเธอเล่นเก่งมาก (เธอคลอดลูกในลิฟท์) ว่าด้วยเรื่องเธอเสือกไปนอนกับฝรั่งและแฟนคนจีนของเธอในเวลาไล่เลี่ยกัน ทีนี้พอท้องขึ้นมาเธอเลยไม่รู้ว่าเด็กเป็นลูกใคร??


4.Things We Do When We Fall in Love (2007, James Lee, Malaysia, B)
"ความงี่เง่าของความรัก"

เป็นหนังมาเลเซียภาคต่อของ before we fall in love again ซึ่งผมไม่ได้ดู แต่ดันไปดูเรื่องนี้ จริงอยู่ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกันโดยตรง แต่เรื่องนี้มันไม่มีอะไรพูดถึง คือไม่สนุก ถ่ายภาพเหมือนหนังสั้นทุนต่ำ(ซึ่งเราไม่ชอบ) ดูแล้วเหนื่อย สรุปคือไม่ชอบ


5. 881 (2007, Royston Tan, Singapore, A+)
"เมื่อมะละกอโบราณปะทะทุเรียนเทคโน"

 

ในที่สุดผมก็ยก roystan tan เป็นผู้กำกับในดวงใจไปอีกคน หนังจากชอบเค้ามากๆใน 4:30 พอมาเรื่องนี้ 881 หนังแหวกแนวออกไปจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นของคนเดียวกัน คือ 4:30 ค่อนข้างเงียบ ขณะที่เรื่องนี้โฉ่งฉ่างด้วยเสียงเพลง Getai ซึ่งก็คือเพลงลูกทุ่งตามงานวัดบ้านเรานี่แหละ ความสนุกสนานแบบไม่บันยะบันยัง ฉุดฉาดด้วยความเหนือจริงของภาพและเสื้อผ้า การเดินเรื่องที่ไวมาก จนพอตอนจบที่กระแทกคนดูให้นิ่งด้วยฉากหมุนฉากนั้น ยอมรับว่าเราเกิดมาเพื่อหนังทางนี้แหละ สุดยอด


วันที่สาม : 2 พฤศจิกายน 2550

6. Tokyo Tower (2007, Joji Matsuoka, Japan, A+)
"เรื่องราวของผมกับแม่"

คงคล้ายกับใครหลายๆคนที่นี่เป็นหนังเรื่องแรกในช่วงปีหลังๆ ที่ผมนั่งร้องไห้อยู่ในโรง ไม่ใช่ตอนจบนะ คือนั่งร้องไห้อยู่เกือบทุกๆตอน จริงอยู่ว่ามันเป็นการสร้างอารมณ์ของหนัง แต่เรื่องนี้มันค่อยๆมา ไม่ฟูมฟาย ไม่จงใจ หรือยัดเยียด แต่มันตื้นตันอยู่ข้างใน

ประสบการณ์ร่วมถือว่าจำเป็น เพราะถ้าหากคุณเป็นเหมือนพระเอกของเรื่อง ผมเองตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย ผมก็ย้ายออกมาอยู่นอกบ้าน ใช้ชีวิตเสเพลเรื่อยเปื่อย สิ่งเดียวที่ยึดใจผมไม่ให้แตกไปไกลคือ ผมต้องไม่ทำให้แม่เสียใจ และคิดไว้ว่าสักวัน จะต้องทำงานดีๆหาเงินมาอยู่กับแม่ให้ได้ ตอนนี้สิ่งที่ผมทำอยู่คือเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ แล้วเราจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน

ฉากหนึ่งในหนัง สิ่งสุดท้ายที่แม่ขอให้ลูกนำมาให้ ก่อนจะรับคีโมบำบัด คือใบปริญญา เหมือนแม่ผมมากๆ ดูไปก็ขำไป ดังนั้นสิ่งแรกที่ทำหลังจากหนังจบ คือ ผมโทรไปหาแม่ คุยกันทั้งที่น้ำตายังนองๆอยู่นั่นแหละ มันอาจไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดในเทศกาล แต่สำหรับผม มันกินใจเหลือเกิน

"หนึ่งปีที่มีความสุข นั่นก็มากพอแล้วสำหรับหนึ่งชีวิต"  


7. Fallen (2005, Fred Kelemen, Latvia, B+)
"อยากรู้อยากเห็นและอยากเป็นเจ้าของ"

หนังของ Kelemen ที่ใครหลายๆคนยกย่องบูชา แต่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย จริงๆนะ คือตอนแรกที่ว่าภาพมันก็สวยอยู่ แต่ความที่มันดูเกรนจัด(เข้าใจว่าทุนต่างกัน) มันทำให้ดูด้อยมากเมื่อเทียบกับ a man from london ของเบล่า ทาร์ ที่ตัว Keleman ไปกำกับภาพให้นั่นแหละ เสียดายจริงๆ

สำหรับตัวเนื่องเรื่องผมว่าดี คือ สมมติว่าเราเดินผ่านผู้หญิงคนนึงที่สะพาน ต่อมาซัก5วิ เธอโดดน้ำตาย อย่างแรกเราคงรู้สึกผิด แต่เมื่อเราได้เข้าไปในชีวิตส่วนตัวของเธอมากขึ้น เริ่มค้นหาว่าเธอเป็นใคร ทำไมอยากตาย ตัวเอกของเรื่องเหมือนถูกครอบงำและตกอยู่ในสภาวะการอยากเป็นเจ้าของชีวิตหลังความตายของเธอคนนี้


เสาร์อาทิตย์นี้เคลียร์ตัวเองได้แล้ว ว่าจะไปดูอีก ถือว่าทิ้งทวนละกัน
ขอยกเรื่องที่ได้ดูในสองวันหลัง ไปอีก entryนึงครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

big smile อยากดู

#1 By chichi on 2007-11-01 14:22

ปีนี้จัดไกลจังเลย ปกติไม่ค่อยได้ดูอยู่อยู่แล้วก็ยิ่งไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่เลย
น่าสนใจหนังเรื่องแรกนะเนี่ย...
เรารัก โตเกียวทาวเวอร์มาก
แม่ไม่ใช่ยาคูล รีบกตัญญูก่อนหมดอายุ
หมดเทศกาลแล้ว พักผ่อนนอนหลับกันเถิด 55

#4 By visuallyyours on 2007-11-05 07:31

วันนี้นอนตื่น ทุ่มนึงเลย

#5 By merveillesxx (58.8.237.152) on 2007-11-05 19:19

ชอบที่เขียนถึง โตเกียวทาวเวอร์อ่ะ
อือ เขียนถึงหนังที่ดูดู จริงใจไม่ดัดจริตดีจัง
ชอบครับ

#6 By gutarara (125.26.30.55) on 2007-11-19 16:16