Blobitecture(3)

posted on 05 Oct 2007 17:35 by 1812  in Design-Architecture

ติดตามอ่านตอนแรกและตอนที่สองได้ที่นี่
http://1812.exteen.com/20071005/blobitecture-1
http://1812.exteen.com/20071005/blobitecture-2


ในตอนที่สองผมได้ยกตัวอย่างสถาปนิกรุ่นใหม่ ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักไปแล้ว ตอนที่สามนี้จะลองมาดูสถาปนิกที่เติบโตในแนวทางนี้ แม้ว่าจะไม่ดัง(เนื่องจากงานไม่ค่อยได้สร้าง) แต่ก็มีแนวคิดที่น่าสนใจมากๆ จบท้ายบทความชุด Blobitecture ด้วยงานของ Lord Norman Foster ซึ่งแนวคิดของท่าน ผมสรุปเอาเองว่ามันก็เป็นแนวคิดแบบ Blob เช่นกัน

R&Sie(n)
Asphalt Spot , Japan , 2003

แนวคิดในการออกแบบรูปร่างที่ลอกเลียนมาจากลักษณะของที่ตั้งโดยรอบ ที่มีลักษณะเป็นเนินขึ้นลงและเชื่อมเข้าด้วยกันระหว่างส่วนที่เป็นเนินสูงกับทุ่งหญ้าที่เป็นแนวราบ แนวคิดของพื้นที่ถนนจอดรถมาจากลักษณะโครงสร้างที่ถูกแรงกระทำของแผ่นดินไหว (ที่มักเกิดขึ้นบ่อยในญี่ปุ่น) ทำให้พื้นถนนมีลักษณะเป็นเหมือนระลอกคลื่น หักไปมา

DR_D
Design research and development (Dagmar Richter)
Maison Dom-in(f)o house , 2002-2003

ฟอร์มที่เกิดได้โดยเทคโนโลยี โดยการอ้างอิงจากสิ่งที่มีอยู่เดิม คือ Domino Skeleton ของ Le Corbusier โดยการยึดโครงสร้างพื้นฐานมาปรับเปลี่ยนแปลงให้เกิด space ขึ้นใหม่ ที่ไม่ยึดติดตายตัว โดยเป็นการ transform Space มา ผสมผสานกับบริบทของอาคาร เช่น บริบทของการเคลื่อนที่เคลื่อนไหวอย่างในแมนฮัทตัน, การสร้างspace ที่เชื่อมโยงกันและกัน รวมไปถึงการสร้างฟอร์มที่ตอบสนองต่อการปกป้องและป้องกันจากมลภาวะภายนอก รวมไปถึง volume ของการกักเก็บน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อความยั่งยืนของอาคาร โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่อาคารนี้จะตั้งอยู่เป็นหลัก โดยสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นการอยู่ทั้งทางตั้งและทางนอนได้

Kol/Mac
Kolatan / Mac Donald studio
R.House and Garden , U.S.A , 1997-2000

ฟอร์มของ Raybould house เกิดจากการที่อาคารวางแทรกตัวอยู่ระหว่างอาคารที่มีอยู่เดิมคือ barn, สระว่ายน้ำ และ salt-box ที่เป็นบ้านดั้งเดิมของพื้นที่ โดยที่เป็นส่วนที่จะเชื่อมต่อกันกับอาคารใหม่นี้ ฟอร์มรวมเป็นการหลอมรวมกันของสถาปัตยกรรมที่มีอยู่เดิมและlandscape โดยรอบ โดยได้ดึงเส้นสายและคอนทัวร์ของไซท์ และลักษณะ outline ของบริบทมารวมกันเกิดเป็นฟอร์มของบ้าน

Kol/Mac
Kolatan / Mac Donald studio
Meta_Hom Estouteville 2.0 House, U.S.A , 2001

การก่อกำเนิดฟอร์มจากบริบทของพื้นที่ ความต่อเนื่องของพื้นที่ ความเลื่อนไหลถึงกันของspace จากพื้นที่ที่เป็นทุ่ง ฟอร์มได้จากการทดลองสร้างspace ให้เชื่อมโยงกันของฟ้ากับดิน โดยหลอมรวม space ของกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นต่างๆ เข้าด้วยกัน กับเส้นสายที่หยิบยกมาจาก outline ของพื้นที่ เกิดเป็น space ของบ้านที่เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของกันและกันกับบริบทรอบข้าง

Ocean D
Bezalel Academy of Art and Design , Israel , 2007

งานที่สร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ โดยการคำนึงถึงความเป็นเอกของการอยู่ร่วมกันระหว่างอาคารกับบริบทที่มีลักษณะเหมือนเป็นเกาะโดดเดี่ยว โดยคำนึงถึง movement, experience, behavior ที่เกิดขึ้นจริง โดยฟอร์มที่เห็นเกิดจากการหลอมรวมกันของการเดินทาง(อย่างปลอดภัย) ทั้งจากทางใต้อาคาร การเดินทะลุอาคาร และการเดินทางระหว่างอาคาร และสิ่งสำคัญของที่ตั้งคือลักษณะความลาดชันของพื้นที่ที่ไล่จาก THE HOLY TRINITY CATHEDRAL ลงมา โดยเน้นการทำให้อาคารเป็น landmark ของที่นี้ โดยฟอร์มหลักที่เห็นเกิดจากการมองเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นของspaceของแต่ละภาคการเรียน common space, public space เป็น cell และเอาcell มาทำซ้ำ โดยขนาดและฟังก์ชั่นต่างกันไป โดยการบิด และหลอมรวม cell เหล่านี้ เข้าด้วยกัน โดยที่มีการแทรกสอดประสานจากใต้ดินสู่บนดิน

Ocean D
Palisades Glacier Mountain Hut , California , 2003

งานประกวดแบบกระท่อมน้อยกลางป่าใหญ่ ฟอร์มหลักซึ่งได้จากoutlineของภูเขาน้ำแข็ง โดยเป็นฟอร์มที่เกิดจากการคำนึงถึงความไม่แน่นอนของสภาพอากาศที่แปรปรวน ความขาดแคลนน้ำ การตักตวงพลังงานที่ได้มาจากแสงแดดและลม ของหน้าผาบริเวณเชิงเขาของภูเขาน้ำแข็ง โดยคำนึงถึงการมาใช้งานของคนที่มาภูเขาน้ำแข็ง ดังนั้นฟอร์มที่เกิดขึ้นเป็นฟอร์มที่ยืดหยุ่ม ง่ายต่อการปรับเปลี่ยน เพราะจำนวนคนมาที่ไม่คงที่อยู่ตลอด รวมทั้งการสร้างฟอร์มที่เสมือนเป็นสิ่งที่ฝังลงไปกับเขานี้ โดยที่เน้นความสัมพันธ์ของภายในและภายนอก แต่ต้องปกป้องผู้คนจากอันตรายภายนอกได้ ด้วย ดังนั้นจะสังเกตเห็นรูพรุนมากมายที่เป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์สำคัญของhut หลังนี้

Norman Foster
London City Hall, UK , 2003

สถาปนิกใหญ่อย่าง Sir Norman Foster ก็ได้ใช้แนวคิดแบบ Blobitecture เข้ามาในงานของท่านเช่นกัน โดยท่านใช้เหตุผลมากที่สุด ในการออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน โดยเก็บสถิติแดดลมของทั้งปี จากรูปทรงไข่ จึงโดนแรงกระทำของบริบท ทำให้เกิดรูปร่างอย่างที่เห็น ที่สำคัญงานชิ้นนี้จะสร้างขึ้นไม่ได้หากปราศจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการผลิตแต่ละชิ้นส่วนที่มีความโค้งไม่เท่ากัน


ขอบคุณที่ติดตามอ่าน ก็อยากบอกอีกทีว่าอย่าลอกไปทำรายงานหรืออ้างอิงอะไร เพราะเกิดจากการพูดคุยกันของเพื่อนๆ ดังนั้นบางอย่างจึงเป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบอันสุดท้าย สวยดีครับ thesisi เป็นไงมั่งน้อง?

#1 By parmer on 2007-10-06 10:49

สวยอ่า รู้สึกว่ามันเจ๋งทุกงาน
ดีไซน์เก๋ดี คิกๆ >___<"

#2 By breeZy'' g i r l on 2007-10-08 13:14

ดีคับพี่ ผมอาร์ตเองนะครับ ชอบรูปบนหัวบล็อคมาก ๆ เลยครับ สวยดี
ชอบรูปหัวบล็อกด้วยคน โฮะ ๆๆ

หวัดดีค่ะพี่ นู๋ รี่ เพื่อนอีเม้นต์ #3

จำได้ป่ะเนี่ย ? ไปนั่งกิน MK ด้วยกัน 5555+
วันนั้นก้อไม่บอก จะได้ยืมมาให้ ซื้อมาหลายเรื่องนะครับ อัพบอกไว้ใน hi5 ถ้าพี่อยากยืมเรื่องไหนก้อบอกได้นะครับ โชคดีครับ