พาแม่ไปตลาด
posted on 16 Aug 2007 00:05 by 1812 in Life, Travelปกติวันแม่ผมมักจะชวนแม่ พ่อ และพี่ชายไปกินข้าวแค่นั้น แต่ปีนี้บังเอิญตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเราน่าจะออกพาแม่ไปเที่ยวซักหน่อย เช้าวันนั้นก็เลยชวนแม่ไปเที่ยวโดยไม่มีโปรแกรมล่วงหน้า (ไปกันสองคน พี่ชายติดเข้าเวร พ่องอน)
ผมถามแม่ว่าจะไปไหนดี แต่ด้วยความอยากส่วนตัวผมจึงบอกแม่ว่า ไปสุพรรณกัน แล้วก็ออกรถไปเลย โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สุพรรณไปทางไหนวะ? ทำให้ต้องเสียเวลาอ้อมไปทางเหนือ ลัดผ่านอยุธยาเข้าไป โดยจุดมุ่งหมายของเราก็คือ ไปไหว้พระ แล้วก็ไปตลาดสามชุก
ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยแม้กระทั่งแผนที่ ทำให้เราหลงขับอ้อมไปไกลมากถึงดอนเจดีย์ ก็เลยเข้าไปไหว้สมเด็จพระนเรศวรฯ ก่อนจะขับอ้อมกลับมาเข้าอ.ศรีประจัน และไปออกอ.สามชุกในที่สุด ซึ่งปรากฏว่าที่จอดรถเต็ม ต้องจอดที่ปากทางแล้วนั่งเรือเข้าไป ก็โอเคนะ ได้บรรยากาศดี

ความรู้สึกผมตอนไปถึงคือ โอ้ว แนวมากๆ ร้านรวงแบบโบราณ ซึ่งแม่บอกว่า "มันก็เหมือนตลาดนางเลิ้ง" หรือ "ที่ย่านตาขาวเราก็เป็นแบบนี้แหละ"

แม้ว่าจากคำบอกของแม่ว่าตลาดโบราณที่อื่นก็ไม่ต่างจากนี้ แต่ที่อื่นเหล่านั้นก็กลับหมดอายุไปตามกาลเวลา แต่ทำไมตลาดสามชุกถึงได้กลับมามีชีวิตมากขนาดนี้ เรียกได้ว่าคนแน่นถึงแน่นมาก บอกได้คำเดียวว่าคงเป็นวิสัยทัศน์ของผู้นำชุมชนที่ดี ที่รู้จักจับประเด็นข้อดีของตลาดสามชุก คือ "Nostalgia" มาเป็นจุดดึงดูดประชาสัมพันธ์ จนเมื่อทีวีหลายรายการต่างพากันมา ไม่ช้าตลาดแห่งนี้ก็คึกคักไม่ต่างจากเดิม

การทำข้าวโพดคั่วแบบโบราณ
ในทางเป็นจริง สินค้าที่ขายอยู่บางชนิด ก็เลิกเป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆที่ก้าวหน้าขึ้น ร้านขายของหลายๆร้านจึงแปลงสภาพกลายเป็น "พิพิทธภัณฑ์" เช่น ร้านขายยาแผนโบราณ โรงแรมเก่า จนทำให้กลายเป็นคำขวัญของตลาดสามชุกว่า "ตลาดมีชีวิต พิพิทธภัณฑ์มีชีวา"

ถ่ายจากบนโรงแรมเก่า

สภาพโรงแรมหลอนมาก

ร้านอาหารที่สะสมทุกอย่างที่เป็น โค้ก

ร้านขายเครื่องใช้แบบโบราณ ที่ทำให้แม่ถึงกับหยุดซื้อ "นี่ไง หม้อเขียว คุณยายเคยใช้" "นี่จานชามลายดอกกุหลาบ บ้านเราก็มี แต่เก็บไว้ในตู้" "ปิ่นโตสังกะสีน่ารักดี" สรุปก็คือได้ซื้อหม้อเขียวและปิ่นโตกลับบ้าน แม่บอกว่าหม้อเขียวทำแกงก็ไม่ติดหม้อ ดีกว่าพวกสเตนเลสอีก ส่วนปิ่นโตผมเป็นคนยุให้ซื้อเอง เพราะแม่จะได้ใส่ข้าวเอาไปกินที่ทำงาน แนวสุดๆ

และร้านสุดท้าย ขาดไปคงไม่ใช่เรา ร้านถ่ายรูปโบราณ ร้าน"ศิลป์ธรรมชาติ" ที่ยังถ่ายด้วยกล้อง Large Format อยู่เลย และยังจัดแสงแบบยุค 2499 คนแน่นร้านจนต้องรับบัตรคิว ที่ร้านได้จัดชุดโบราณๆเอาไว้ให้คนใส่ถ่ายรูป ออกมาจะนึกว่าเป็นภาพถ่ายบรรพบุรุษทีเดียว ปัจจุบันทั้งกระดาษ และฟิลม์ประเภทนี้ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ผมเข้าใจว่าเลิกสายการผลิตไปหมดแล้ว ทำให้ทางร้านต้องสั่งจากเมืองนอกเข้ามา ทำให้หลังจากผมและแม่เข้าไปถ่ายรูปเสร็จ ต้องรออีกสองเดือนกว่าจะได้! ถ้าได้รูปแล้ว จะเอามาลงให้ดู อาจนึกว่าเป็นหม่อมกับคุณหลวงที่ไหน 555
ในตลาดแห่งนี้ ผมสัมผัสได้ถึงความน่ารักและเป็นกันเองของคนยุคเก่า คนที่ยังคิดว่าลูกค้าที่มาซื้อของคือผู้มีพระคุณ คนที่คุยกันไม่กี่คำก็ถือว่า ยินดีที่ได้รู้จัก ผมว่านี่คือบรรยากาศของตลาดไทย ที่ควรจะเป็นอยู่ในความเอื้อเฟื้อ อารีเช่นนี้
และสุดท้ายก็พาแม่กลับบ้านมาในทางที่ถูกต้องจนได้
รักแม่นะจ๊ะ จุ๊บๆ แม่ไม่บ่นเลย น่ารักมาก ไว้จะพาไปเที่ยวที่ประหลาดๆอีก
ไว้คราวหน้าจะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ครับ
ปล.ทุกภาพถ่ายโดย Nokia N73 เพราะไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป (บอกแล้วว่าไม่ได้เตรียมตัว)
#1 By นายตุ้ย on 2007-08-16 00:24