คุยกับนิธิศ สถาปิตานนท์
posted on 03 Aug 2007 01:18 by 1812 in Design-ArchitectureConversation with Nitis Sthapitanonda

ผมมีโอกาสได้ไปคุยกับพี่โต้ง ถึงเรื่องการปฏิบัติวิชาชีพสถาปนิก เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในวิชา Professional Practice Seminar และเห็นว่าข้อมูลนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่คิดจะเป็น/ไม่เป็นสถาปนิกในอนาคต
ชื่อนิธิศ สถาปิตานนท์
การศึกษา
2538-2541สถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต University of Florida, Gainesville
2542-2544สถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต Columbia University
ประสบการณ์การทำงาน
2544-2545 สถาปนิกบริษัท Skidmore Owings &Merrill (SOM), San Francisco
2545-ปัจจุบันสถาปนิกบริษัท สถาปนิก49 จำกัด
2548-ปัจจุบันรองกรรมการผู้จัดการบริษัท สถาปนิก49 (ภูเก็ต) จำกัด
บทสัมภาษณ์
ชัยภัฏ:เหตุผลที่พี่มาเป็นสถาปนิก เป็นเพราะพ่อกับแม่พี่เป็นสถาปนิกหรือเปล่า?
นิธิศ:ก็คงมีส่วนครับ คือพี่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ คือถ้าไม่อยู่ออฟฟิสพ่อ ก็อยู่ออฟฟิแม่ ซึ่งมันอาจจะเป็นเหตุผลที่แตกต่างจากคนอื่นนิดหน่อย
ชัยภัฏ: ทราบมาว่าพี่เรียนที่เมืองนอกตลอด มีปัญหาเวลากลับมาทำงานที่ไทยบ้างไหมครับ
นิธิศ:จริงๆพี่จบม.3 จากเมืองไทยแล้วค่อไปเรียนต่อ ซึ่งก็ถือว่าโตมากแล้ว สำหรับตัวพี่เองคิดว่าการเรียนนอกตลอด มันไม่ใช่ปัญหานะ มันขึ้นอยู่ที่การปรับตัวของแต่ละคนมากกว่า
ชัยภัฏ: ระบบการศึกษาและเด็กที่จบออกมา มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เมื่อเทียบกับเด็กไทย
นิธิศ:เด็กไทยส่วนมากจะถูกสอนให้ทำงานเป็น คือจบมาก็เขียนDrawingได้ แต่เด็กฝรั่งเค้าถูกสอนมาให้คิด ส่วนเรื่องการทำงานต้องมาเรียนรู้กันเอาเอง เด็กฝรั่งจบมาจึงทำอะไรไม่ค่อยเป็น
ชัยภัฏ: แล้วเรื่องการทำงานในบริษัทล่ะครับ เปรียบเทียบระหว่าง SOM กับ A49
นิธิศ:เมืองนอกการทำงานเค้าจะ Base on Performance ดังนั้นเค้าจะกระตือรือร้นในการทำงานมาก อย่าง Time Sheet นี่จะขยันกรอกมาก เพราะจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผู้บริหารรู้ว่าเราทำอะไรอยู่
ชัยภัฏ: A49 ก็มีระบบ Time Sheet เหมือนกัน แต่ไม่ค่อย Work เท่าไหร่?
นิธิศ:ใช่ คือที่นี่มันมีลักษณะการทำงานแบบระบบคนไทย คือเราจะ care ความรู้สึกกันมาก อยู่กันลักษณะเหมือนพี่เหมือนน้อง บังคับกันก็ไม่ได้เพราะจะตึงเครียด ซึ่งตรงนี้เมืองนอกก็ไม่มี มันก็อาจจะเป็นทั้งข้อดี และข้อเสีย
ชัยภัฏ:แล้วอย่างเรื่องลูกค้าคนไทย?
นิธิศ:คนไทยมีลักษณะที่ Flexible มาก ไม่เคยมีโปรเจคไหนที่ได้ตาม Proposal เลย อย่างโปรเจค XXXXX เนี่ย ทำ Preliminary Design มาแล้วตั้งสิบครั้ง ยังไม่เสร็จ ต้องแก้กันอยู่
ชัยภัฏ: พี่โต้งช่วยเล่าเรื่องลักษณะการทำงาน และหน้าที่รับผิดชอบ
นิธิศ:ตอนนี้พี่ย้ายมาประจำที่ International Studio แล้ว เป็นสถาปนิกคนนึงในทีมออกแบบ สตูฯนี้คนดูแลจะเป็นพี่เล็ก (ประภากร วทานยกุล) กับพี่โบ้ (พิชัย วงศ์ไวศยวรรณ) แต่งานเก่าที่ทำที่ Stu2 ก็ยังค้างอยู่คือ หอประชุมมหิดล อยากปล่อยแล้วก็ยังปล่อยไม่ได้ ตอนนี้ดู Landscape อยู่
ชัยภัฏ: แล้วที่ภูเก็ต?
นิธิศ:ภูเก็ตลักษณะงานจะเป็นผู้บริหาร คือเป็น Design Supervisor เสนองานติดต่อกับลูกค้า บางทีน้องๆจะส่งงานมาให้คอมเมนต์บ้าง แต่จะไม่ลงไปทำ Design เยอะเท่าพี่โอ๋ (ชนะ สัมพลัง) ตอนนี้งานที่ภูเก็ตก็ดู Interior โรงพยาบาลอยู่ และก็มี Design ของโรงแรมอันใหม่
ชัยภัฏ: แปลว่าจริงๆแล้ว ผู้บริหารนี่จะไม่ลงไปออกแบบ?
นิธิศ:ก็จะมีพี่เต้ย (นิธิ สถาปิตานนท์) ที่เห็นชัดว่าเป็นสถาปนิกนักบริหาร คือเน้นงานบริหารมากกว่า แต่ผู้บริหารคนอื่นๆ เช่น พี่เล็ก, พี่โบ้ ก็จะลงไปออกแบบเอง คือยังทำตัวเป็นสถาปนิกมากกว่านักบริหาร ซึ่งจริงๆก็คงไม่อยากจะเป็นอย่างนั้น แต่พองานมากๆก็ต้องลงไปทำ
ชัยภัฏ: พี่โต้งมองว่าปัญหาของสถาปนิกในปัจจุบันคืออะไร?
นิธิศ:ถ้ามองในภาพรวมของภูมิภาคเรา เรื่องใหญ่ๆตอนนี้คือสมองไหล คือ สถาปนิกมาเลเซีย-สิงคโปร์ จะออกไปทำงานใน Middle-East กัน ส่วนคนไทยก็จะออกไปทำงานในสิงคโปร์กัน
ชัยภัฏ: ก็เลยทำให้สิงคโปร์ดูว่าตรงนี้ไม่เป็นปัญหา
นิธิศ:ใช่ เพราะว่าคนของเราเข้าไปเยอะไง ส่วนในไทยเองก็ดูจะไม่เป็นปัญหา เพราะเราก็ผลิตสถาปนิกออกมาเยอะ ปัญหาจริงๆน่าจะเป็นมาเลเซีย เพราะไม่มีเลย
ชัยภัฏ: ถ้ามองให้แคบลงมา ตอนนี้ A49 ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน?
นิธิศ:ปัญหาหลักๆของ A49 ตอนนี้คือ คนมาทำงานแล้วก็ลาออกปีละหลายๆคน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเงินเดือน หรือวิธีบริหาร แต่ไม่ดีแน่ เพราะเราต้องฝึกเด็กใหม่ให้ทำงานเป็นอยู่ตลอดเวลา ปีที่แล้วสอนคนนึง ปีนี้ก็ต้องสอนเรื่องเดิมกับอีกคน แต่สำหรับพี่โอ๋ เขากลับมองว่าตรงนี้ไม่ใช่ปัญหา เป็นเรื่องปกติ เพราะเขามองว่า A49 เป็นเหมือนโรงเรียน
ชัยภัฏ: แล้วที่เขาลาออกไปนี่เขาไปไหนกัน
นิธิศ:ถ้าไม่ไปเปิดบริษัทเอง ก็ไปทำงานกับบริษัทอื่น
ชัยภัฏ: มีปัญหาอื่นๆอีกหรือเปล่า เช่น ปัญหาของตัวบุคคล
นิธิศ:น่าจะเป็นเรื่องจัดการกับ Work Load ของตัวเองไม่ได้ จริๆงเกิดจากระบบบริหารของบริษัทด้วย Stu1คงไม่ค่อยมีปัญหา เพราะคนน้อย แต่อย่าง Stu2 นี่คนเยอะ ดูแลไม่ถึง ทำให้บางคนทำงานหนักตัวแทบระเบิด ขณะที่อีกคนทำงานสบายๆ
ชัยภัฏ: เป็นเพราะอะไรครับ ลองยกตัวอย่าง
นิธิศ:อย่างใน Stu2 นี่เค้าจะแบ่งเป็นทีมใช่มั๊ย สมมติว่ามีทีม A B C D E พี่เล็กอาจดูแลอยู่แค่ BCDE ส่วน A นี่ให้พี่คนอื่นดู ซึ่งพี่เล็กจะไม่รู้เลยว่า คนในทีมA แต่ละคนทำอะไรอยู่ งานไปถึงไหนแล้ว ปัญหามันจะอยู่ที่ว่า พอทีมนึงทำไม่ไหว เช่น ทีม C พี่เล็กก็จะดึงคนจากทีม A มาช่วยโปรเจคนี้ ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าไอ้คนนั้นน่ะ มันทำงานเยอะมากๆแล้ว
ชัยภัฏ:ปัญหานี้แก้ไขได้ไหมครับ
นิธิศ:ตอนนี้ที่เพิ่งคุยไปเมื่อวานคือ จะนำระบบ Software มาใช้ ผู้บริหารจะได้นั่งบริหารอยู่หน้าคอมได้ โดยที่รู้ว่าแต่ละโปรเจค แต่ละทีม ทำงานไปถึงจุดไหนแล้วบ้าง
ชัยภัฏ:กับตัวพี่โต้งเอง พี่โต้งมีปัญหาในการทำงานไหมครับ
นิธิศ:คิดว่าไม่มีนะ คือพี่รับงานอยู่ในระดับที่สามารถจัด Work Load ตัวเองได้
ชัยภัฏ:พี่คิดว่าลักษณะ หรือทักษะอะไรบ้าง ที่จำเป็นสำหรับคนที่จะเป็นสถาปนิก
นิธิศ:ความรักอย่างเดียว ทักษะอย่างอื่นมันฝึกกันได้ แต่ขอให้เรามีใจรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้นพอ เพียงแต่ความรัก มันอาจจะมีทั้งหวาน และขื่นขม เป็นธรรมดา หลายคนที่ไปไม่ไหวก็เพราะรู้สึกว่า สถาปนิกเป็นอาชีพที่ทำงานหนัก และเงินที่ได้รับก็ไม่คุ้มกับค่าตอบแทน
ชัยภัฏ:อย่างเรื่องเงินนี่พี่พอจะบอกได้ไหมครับ ว่าได้เท่าไหร่
นิธิศ:บอกไม่ได้เว้ยเฮ้ย!!!!
ชัยภัฏ:พี่โต้งรับเงินเป็นเงินเดือน หรือเป็นหุ้น
นิธิศ:ที่กรุงเทพนี่รับเป็นเงินเดือน ส่วนที่ภูเก็ตเป็นผู้บริหารก็เลยรับเป็นหุ้น แต่เมืองนอกส่วนมากเค้าจะรับเป็นหุ้นกัน
ชัยภัฏ:หลายคนไปทำงานเมืองนอก เพราะได้เงินเยอะกว่า
นิธิศ:พี่ว่าทำงานต่างประเทศได้เงินเยอะกว่าก็จริง แต่ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายก็สูงด้วย อยู่เมืองไทยถ้าเกิดขยัน ตั้งใจเก็บเงินดีๆ ก็คงเก็บได้ในระดับนึง
ชัยภัฏ:นอกจากเงินเดือนแล้ว เราได้อะไรอีกบ้าง
นิธิศ:ที่ A49 ก็จะเน้นเรื่องสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาลประมาณนี้ แล้วก็จะมีโบนัสปลายปี ซึ่งก็มากอยู่ ส่วนคนที่ทำงานไปสัก 2-3ปี ก็จะมีพาไปดูงานต่างประเทศ
ชัยภัฏ:พี่โต้งคิดว่าสถาปนิกที่อยู่ในบริษัทนี่จะมีทางก้าวหน้าไหมครับ
นิธิศ:มีสิ อยู่ที่ไหนก็มีทางก้าวหน้าได้ทั้งนั้น ถ้าทำงานเก่งและขยัน ก็จะได้เลื่อนขั้นไปเรื่อยๆ จนบางคนจบปริญญาตรี ก็เลื่อนไปจนกลายเป็นผู้บริหารแล้ว อย่างสมัยก่อนก็จะมีพี่ด้วง (ดวงฤทธิ์ บุนนาค) ที่ทำงานจนคิดว่าจะฮุบเอา A49 เป็นของตัวเองได้อยู่แล้ว แต่ในที่สุดตอนนั้นเศรษฐกิจพัง พี่ด้วยเลยช่วย A49 โดยการออกไปเปิดบริษัทเอง
ชัยภัฏ:แต่บางคนก็คิดว่า อยากก้าวหน้าต้องออกไปเปิดบริษัทเอง เพราะเป็นชื่อของเรา
นิธิศ:ก็ต้องยอมรับว่าทำงานในรูปแบบบริษัทใหญ่ งานที่ได้ก็จะผ่านความคิดเห็นชอบจากคนหลายคน ไม่ใช่ของเราคนเดียว ซึ่งถ้าบางคนอึดอัด ก็จะออกไปเปิดบริษัทเอง
ชัยภัฏ:พี่โต้งคิดว่าจุดสิ้นสุดของอาชีพสถาปนิกของพี่โต้งอยู่ตรงไหนครับ ถ้าเกษียณแล้วจะทำอะไร?
นิธิศ:???????(ยังคิดไม่ออก)
ชัยภัฏ:งั้นผมถามไปถึงพี่เต้ยแล้วกันครับ เพราะตอนนี้พี่เต้ยก็ 60 แล้ว พี่เต้ยยังจะทำต่อไปไหม
นิธิศ:เคยคุยกับพี่เต้ยเหมือนกัน ท่านบอกว่ามันอึกอัดที่คนอายุ 60 แล้วยังต้องไป Service ลูกค้าเด็กๆ พวกที่อายุน้อยๆ แต่มีเงิน อาชีพเราเป็นอาชีพบริการ เหมือนขายของ มันเลี่ยงไม่ได้
ชัยภัฏ:แต่สถาปนิกใหญ่ๆบางคน ลูกค้าก็ต้องอ่อนให้เรา
นิธิศ:ใช่ แต่นั้นต้องเป็น Great Tect แล้วไง พวก Frank Gehry หรืออย่างบ้านเราก็คุณเล็ก (เมธา บุนนาค)
ชัยภัฏ:แล้วถ้าพี่เต้ยหยุดทำสถาปนิกแล้ว พี่เต้ยจะทำอะไรต่อครับ
นิธิศ:อย่างตอนนี้ที่เริ่มทำแล้วก็มีทำหนังสือ ซึ่งถือเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ จริงๆที่เคยพูดไว้ก็คือ อยากทำงาน Design ชิ้นเล็กๆ ไม่ต้องใหญ่ ได้ทำ Detail แบบปีละหนึ่งชิ้นก็พอ เพราะหลังๆไปทำงานบริหารมาก มันเหนื่อย
ชัยภัฏ:คือกลายเป็นทำงานเพื่อความสุข
นิธิศ:ใช่ อย่างดร.สุเมธ ชุมสาย นี่หลังๆท่านก็ไป Paint รูป ทำในสิ่งที่รัก
ชัยภัฏ:แล้วตัวพี่โต้งเองล่ะครับ
นิธิศ:ตอนนี้ก็คงทำงานไปเรื่อยๆ ถ้าทนไม่ไหวอาจลาออกไปเปิดบริษัทเอง หรือถ้าอึดอัดมากๆไม่ไหว ทำงานจนตัวระเบิด ก็อาจเลิกทำไปเลย
ชัยภัฏ:สุดท้ายแล้ว พี่โต้งมีแนวทางอะไรในการทำงานครับ
นิธิศ:พี่อยากทำงานที่เป็นสถาปัตยกรรม เป็น Architecture นึกออกมั้ยว่าบ้านเรามีแต่ Building ไม่มี Architecture คนไทยส่วนมากก็คิดถึงแต่กำไร พี่อยากทำงานที่เป็น Innovative ไม่ Maximize เรื่องเงิน
ชัยภัฏ:ฝากอะไรถึงสถาปนิกรุ่นใหม่ๆ
นิธิศ:ตอนนี้สิ่งหนึ่งที่หายไปจากสถาปนิกไทย คือความเป็นไทย บางครั้งเห็นงานชิ้นหนึ่งสวยมาก ถามว่าสถาปนิกอเมริกันที่ไหนมาออกแบบ คือความเป็นไทยมันหายไปจากงานของเรา อย่างสถาปนิกญี่ปุ่นนี่ มองครั้งแรกก็รู้เลยว่าเป็นงานของคนญี่ปุ่น มันมีเอกลักษณ์อยู่ในนั้น คนไทยที่เห็นล่าสุดนี่ก็มี พี่อมตะ หลูไพบูลย์ (Department of Architect) โรงแรมที่หาดไม้ขาวอันที่พี่กับโบ้ไปดูกันนั่นแหละ ถึงแม้จะเป็นกล่องๆ แต่ข้างในเค้าใส่ความเป็นภูเก็ตเข้าไปในนั้น คือคิดมาเยอะมาก มี Meaning หมดทุกส่วน
ชัยภัฏ:ขอบคุณครับผม
ดูรูปถ่ายในหน้าเก่า ๆ แล้วสวยดีครับ
มุมมองดี...
#1 By peterz on 2007-08-03 01:32