บันทึกภูเก็ต ๒ : สถาปนิกสี่ก้าว
posted on 23 May 2007 00:32 by 1812 in Design-Architecture, Travel
เมื่อวานหลังจากลงเครื่องนั้น ฝนตกหนักแบบต้อนรับการมาถึง เปียกและมืด เมื่อหาที่พักได้ แม้จะเป็นแบบชั่วคราวหนึ่งคืน ก็ยอมนอนไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ เช้าวันแรกของชีวิตในภูเก็ต ผมลืมตาตื่นแทรกความเมาที่สูบหญ้าไปเมื่อคืนครั้นจะหลับตานอนต่อก็ยากเอาการ ผมจึงปล่อยเพื่อนๆนอนกันต่อ แล้วออกไปเดินเล่นชมเมืองเสียหน่อย
ที่ผมนอนนั้น อยู่หัวถนนดีบุก ใกล้ร้านหนังสือเส้งโห ผมเดินเรื่อยยาวไปตามถนนดีบุก กะว่าจะไปดูหน้าตาของออฟฟิสที่ต้องทำงาน รวมถึงฝากอนาคตทางการศึกษาตลอดเดือนกว่านี้ไว้เสียหน่อย ผมจึงได้เห็นเต็มตาวันนี้เองว่า ย่านเมืองเก่าของภูเก็ตมีเสน่ห์เพียงใด ลักษณะอาคารที่เป็นแนวผสมผสานระหว่างยุโรปสมัย Art Deco และสถาปัตยกรรมจีน ที่เราเรียกกันว่าแนว ชิโนโปรตุกีส(Sino Portuguese) มีให้เห็นอยู่ตลอดสองข้างทาง ผมเดินเพลินจนสุดถนน แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่า แล้วออฟฟิสกูมันอยู่ตรงไหนของถนนวะ? จึงเดินย้อนกลับมา
ท่ามกลางกลุ่มบ้านนายเหมืองเก่า ผมพบห้องแถวขนาน1คูหา ด้านหน้ามีป้ายไฟ ที่ดูยังไงก็เหมาะจะเป็นผับมากกว่า และป้ายไม้สีดำเหนือประตู มีตัวอักษรสีทองเขียนว่า "A49" ในใจตอนนั้นคิดเพียงอย่างเดียวว่า แม่งเป็นออฟฟิสที่ Hip เป็นบ้าเลยว่ะ แล้วผมก็ผลักประตูเข้าไป

แม้ว่าทุกคนจะฝึกงาน 200ชั่วโมง แต่ผมว่าแต่ละคน แต่ละบริษัท ก็ได้อะไรที่ต่างกันไป สำหรับผม การเข้ามาฝึกงานในบริษัท ทำให้รู้ว่า สิ่งที่พวกเราเรียนกันอยู่ ที่เรียกว่า Design นั้น แท้จริงเป็นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของงานที่สถาปนิกทำทั้งหมด ดังนั้นปริญญาที่(คาดว่าจะ)ได้มานั้น ไม่ได้การันตีว่าคุณเป็นสถาปนิกได้ คุณต้องมาเรียนรู้งานอีกมาก และมาก
ชีวิตในa49ภูเก็ตเป็นอะไรที่น่ารักดีสำหรับพวกผม ในตึกโบราณที่ถูกตกแต่งใหม่จนดูโมเดิร์นนั้น ภายในถ้าไม่นับพวกผม ก็จะมี6ชีวิต คือ พี่มาศ สถาปนิกที่มีประสบการณ์มากที่สุดในบริษัท เป็นคนคุมโปรเจคโดยมีพี่นิ้ง เป็นสถาปนิกอีกคน (ขอบรรยายสภาพพี่นิ้งตอนนั้น คือเธอไปทำผมหยิกมา ซึ่งทำให้ดูแนว+โทรมมาก) นอกจากพี่มาศและพี่นิ้งแล้ว ยังมีสถาปนิกอีกคนคือ พี่ปุ๊ ที่พึ่งเข้ามาใหม่และเริ่มงานก่อนพวกผมมาได้ไม่นาน พี่อีกคนเป็นอินทีเรีย คือ พี่นก ที่หนีตามแฟนมาภูเก็ต พี่นกจะเป็นคนประหลาดและน่ารักแบบแปลกๆ ซึ่งทำให้พวกเราเอากลับไปนินทาอยู่เสมอๆ (เธอแปลกจริงๆ) นอกจากพี่ๆที่เป็น Designer แล้ว ยังมีพี่ลิลลี่ ที่เป็นเสมือนผู้คอยดูแลทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งการเงินและเวลาฝึกงานของเรา และพี่อรแม่บ้าน ที่ตอนนี้ลาออกไปเลี้ยงลูก+กรีดยางที่บ้านแล้ว
ลักษณะการทำงานในบริษัท พวกผมเรียกมันว่า Charlies Angel ลองนึกภาพตามว่าเช้าๆ หลังจากทุกคนประจำที่แล้ว ก็จะเปิด speaker phone รับงาน+คอมเมนต์จากบอสที่กรุงเทพ (พี่โอ๋ ชนะ สัมพลัง) และสถาปนิกทุกคนเป็นผู้หญิงหมด ดูแล้วน่ารักดี เวลาส่งงานไปให้พี่โอ๋ดูก็จะส่งกันทางอีเมลล์ จริงๆนอกจากพี่โอ๋แล้ว คนควบคุมดูแลงานที่นี่อีกคนคือพี่โต้ง นิธิศ สถาปิตานนท์ (ลูกชายอ.เลอสม คณบดีของพวกผมกับพี่เต้ย นิธิ เจ้าของบริษัท A49) สำหรับประธานกรรมการใหญ่ของA49ภูเก็ต คือ พี่เล็ก ประภากร ที่ผมไปเที่ยวบ้านสวนสงบของแกมาแล้ว อ่านตรงนี้
ผมรู้สึกโชคดีมากที่มาเลือกทำที่นี่ และเวลานี้ เพราะงานที่ผมได้ช่วยพี่ๆในบริษัททำนั้น มันหลากหลาย ค่อนข้างไปทางสนุก สำหรับบางชิ้น ผมได้ทำงานเรื่อยไปตั้งแต่ตัดโมเดล(งานพื้นฐานของเด็กฝึกงาน) ดราฟแบบก่อสร้าง พรีเซนต์เพลท รวมไปถึงงานออกแบบ และนี่คืองานบางส่วนที่ได้ทำที่บริษัทครับ













โดยส่วนตัว แอบรู้สึกเล็กๆเหมือนกันว่า เราได้เห็นและรู้มากขึ้น เยอะกว่าการเรียนจากตำราเสียอีก พี่โอ๋บอกเอาไว้ตั้งแต่เริ่มฝึกงานว่า มาฝึกงานที่นี่ ต้องช่วยตัวเองมากหน่อย คือต้องเรียนรู้เอง หัดถามและแอบจดจำสิ่งที่พี่ๆเค้าทำด้วยตัวเอง ไม่มีคนคอยบอกคอยสอนเป็นขั้นๆไปแบบบริษัทที่กรุงเทพ และก็ไม่รู้เค้าเรียกความรู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ผมอยากและพร้อมจะทำ Thesis แล้ว ผมกำลังเข้าใกล้อาชีพ "สถาปนิก" มา "สี่ก้าว" แล้วครับ
เพลง บุญชู...สระอูหายไป
เพลงประกอบละคอนถาปัด จุฬาฯ ประจำปี2550
ดูรูปแล้วคิดถึงบ้านค่ะ
มาต่อไวไวนะตัวเองอยากอ่านอัพจบแล้วบอกด้วยจะรีบมาอ่านเลยนะตัวเอง
#1 By EmInLy AnD TaNk Da TwIn LoVeR on 2007-05-23 00:44