บ้านสถาปนิก

posted on 25 Dec 2005 00:53 by 1812  in Design-Architecture

เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆที่เมื่อวานไปกินเหล้าปีใหม่กันที่คณะ แล้วโจ้กก็ชวนผมไปดูบ้านพี่เล็กและบ้านอ.ยุ้ยด้วยกันวันนี้ เรื่องของเรื่องคือมีนิสิตสถาปัตย์จากญี่ปุ่นมาศึกษาดูงานในประเทศไทย พวกเราก็เลยติดร่างแหแอบไปดูงานกับพวกเค้าด้วย บ้านแรกที่พวกเราไปดูกันคือ บ้านสวนสงบ ของพี่เล็กประภากร (รองประธานกรรมการ บริษัทA49) บ้านหลังนี้ผมอยากมาดูตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสเสียที

บ้านสวนสงบของพี่เล็กได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม และยังเป็น 1 ใน 2 หลังของประเทศไทยที่ได้ลงหนังสือ Phaidon World Atlas of Architecture ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 9 ไร่ริมถนนลาดพร้าว (ตรงข้ามเดอะมอลล์บางกะปิ) ใครเคยไปแถวนั้นคงจะเห็นรั้วต้นไม้ที่เต็มไปด้วยป่าอยู่ภายใน นั่นแหละครับบ้านสวนสงบ ด้วยเหตุนี้ทำให้สามารถสร้างอาคารกระจกรอบด้านได้โดยไม่ร้อน

ต้นไม้ที่อยู่รอบบ้านนั้นมีมาตั้งแต่ก่อนพี่เล็กจะเกิด คุณพ่อของพี่ท่านค่อยๆสะสมรวบรวมต้นไม้หลากพันธุ์จากที่ต่างๆ บ้างเป็นต้น บ้างเป็นเมล็ด ค่อยๆฟูมฟักจนเป็นป่าที่ร่มรื่นกลางกรุงที่แสนวุ่นวาย และเป็นคำสั่งเสียที่ขอให้เก็บต้นไม้พวกนี้ไว้ให้อยู่จนตราบลูกหลาน ด้วยเหตุนี้บ้านหลังนี้ถึงสร้างในลักษณะแคบยาว เพื่อแทรกตัวอยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่3ต้น โดยไม่ต้องตัดออกเลย พี่เล็กบอกผมว่ารักต้นไม้มากกว่ารักบ้านซะอีก

Concept หลักๆของบ้านหลังนี้คือต้องการมองเห็นต้นไม้ที่รักรอบๆบ้านได้อย่างเต็มที่ ทำให้เอาผนังใสหุ้มอาคารไว้โดยรอบ เปิดหน้าต่างยาวถึงพื้นรอบตลอดอาคาร และผลักเอาผนังส่วนทึบเช่นห้องน้ำ ห้องเก็บของ ไว้ภายใน และอีกแนวคิดนึงคือพี่เล็กเป็นคนรักการบินมาก (ปัจจุบันพี่เล็กยังขึ้นบินอยู่ทุกวันอาทิตย์) ทำให้เอาส่วนประกอบต่างๆของเครื่องบินมาเป็น detail ในบ้าน อย่างเช่นมือจับประตูที่เป็นส่วนปีกของเครื่องบิน หรือบันไดที่โชว์โครงสร้างรับแรงที่เหมือนปีกของเครื่อง รวมถึงลูกล้อเลื่อนประตูแบบประตูเครื่องบิน etc. ลักษณะบ้านจึงออก Machine ดูเป็นเหล็ก กระจกโชว์ความดิบแข็งของวัสดุ หรือที่เราเรียกกันว่า Modern Lastic

ลักษณะของบ้านก็อย่างที่เห็น คือเน้นการโชว์วัสดุเช่นคานเหล็ก ท่อสายไฟโลหะ รางน้ำโลหะ พื้นก็เป็น metal deck สลับกับกำแพงคอนกรีตหล่อ ไม้ และกระจก

มีเรื่องเล่าอยู่ที่ว่า ผนังคอนกรีตที่เห็นนั้น ต้องสั่งหล่อมาจากโรงงาน(จะเนี้ยบกว่า) แต่การติดตั้งนั้นต้องใช้รถเครนขนมาติดตั้งทีละชั้น คือต้องเทพื้นให้เสร็จชั้นนึงก่อนแล้วจึงเอาผนังมาติด ทำให้ต้องขนมาหลายครั้งมาก (ปกติผู้รับเหมาจะขนมาทีเดียวเลยทั้งหมด) แต่อย่างที่บอก นี่คือบ้านสถาปนิก เพราะฉะนั้นคนทำก็เป็นเพื่อนๆกัน จึงขอร้องกันได้ แม้ว่าจะลำบากอยู่

มาดู Details ของบ้านกันดีกว่า ตอนนั้นพี่เล็กบอกว่างานสถาปัตยกรรมจะดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆของมันมากกว่า Form หรือ Space สถาปนิกต้องคิดทั้งหมด อย่าไปมั่วเอาตอนทำ เพราะฉะนั้นรายละเอียดทุกอย่างในบ้านหลังนี้จึงถูกออกแบบมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกลอนประตู โคมไฟ รอยต่อวัสดุต่างๆ

ห้องน้ำพี่เล็กก็อยากให้มีลูกเล่นเล็กน้อยๆ จึงใส่ตระแกรงเลื่อนได้ไว้ตรงอ่างล้างมือส้วมก็มีโครงโลหะคลุมอยู่แบบในเครื่องบิน ที่ใส่ทิชชูตรงส้วม(มองไม่เห็นจากรูป)ก็เป็นสลิงยึดขึงตึงจากบนเพดานลงมา

รูปบนนี้เป็นส่วนของห้องทำงาน ที่เปลี่ยนวัสดุมาเป็น Glass Box เพราะมันอาจเป็นส่วนที่ไม่สามารถเปิดช่องยาวถึงพื้นได้ และยังเป็นการเปลี่ยนวัสดุเพื่อความไม่ซ้ำซากของรูปด้านด้วย

อันนี้ชอบสุดๆ เตียงนอนลอยได้!!! ถ้านอนอยู่คงคิดว่ากำลังลอยอยู่บนฟ้าแน่เลย จริงๆโครงสร้างของเตียงนี้เป็นคานยื่นออกมาจากเสาที่ผนัง เป็นคานเหล็กอยู่ข้างใต้ ปีกไม้ที่เห็นก็สามารถพับขึ้นได้ กันพวกฟูก หมอน หล่นลงมา คานเหล็กข้างใต้เล็กจนน่ากลัว แต่พี่เล็กก็ลองขึ้นไปยืนให้ดูว่ามันไม่สั่นหรอก ปลอดภัย

จากชั้นล่างที่เป็นห้องรับแขก ห้องอาหาร ชั้นสองที่เป็นห้องนอนหลัก ห้องแขก ห้องทำงาน จนมาถึงชั้นสามที่พี่เล็กชอบมากที่สุดแต่ได้ใช้น้อยที่สุด เพราะกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็มืดค่ำ ได้ใช้จริงๆก็วันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ไปบิน นั่นก็คือห้องฟังเพลง Details ห้องนี้สุดยอดจริงๆ เริ่มจากพื้นที่เป็นพรมออกแบบลายเองเป็นพิกัดการบิน , ประตูที่เก็บเสียงเงียบสนิท , ผนังด้านข้างที่สามารถหมุนเปลี่ยนจาก Absorb เป็น Reflect ได้ , ฝ้าเพดานที่เป็นแผ่นสะท้อนรวมเสียงไปตรงกลาง และแอร์คอนดิชั่นที่ออกแบบมาเพื่อให้เงียบสุดๆ มันเยอะจนไม่สามารถเอารูปมาลงให้ดูได้หมดจริงๆ ชอบมาก

อันนี้คือหลังคาครับ (งงล่ะสิ) คือหลังคาเป็นหลังคาแบน แต่เมืองไทยถ้าทำอย่างนั้นมันจะร้อนใช่มั๊ย ดังนั้นพี่เล็กจึงเอาน้ำมาหล่อไว้ซะเลย เพื่อลดอุณหภูมิลง หลังคานั้นบุด้วยวัสดุกันซึมประเภทเดียวกับอ่างอาบน้ำ(จำชื่อไม่ได้) แล้วเวลาฝนตกก็จะมีท่อน้ำล้นที่เอาน้ำลงไป เป็นวิธีแก้ปัญหาสำหรับหลังคา Flat Slab ในเมืองไทยได้ดีจริงๆ

อ่า..พิมพ์มาก็ยาวแล้ว เพิ่งเล่าได้แค่หลังเดียวเอง ขอบคุณพี่เล็กมากที่เปิดบ้านให้ดู แล้วยังเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวอีก พี่ยังบอกอีกว่าอยากมาเมื่อไหร่ก็ได้ นอกจากบ้านที่ได้ดูแล้ว ยังได้ความคิดดีๆกลับมาอีกจมเลย อยากมีบ้านสวยๆอย่างนี้สักหลัง แต่หลังนี้ 7ล้านน่ะ เอิ้กๆๆ....ไว้จะมาเล่าเรื่องบ้านอ.ยุ้ยที่ไปในช่วงบ่ายให้ฟังในตอนต่อไปครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สวยงามมากมาย
ไว้กูรวยๆแล้วออกแบบบ้านให้มั่งสิ
เอาแบบที่มีห้องดูหนังฟังเพลง
และก็ห้องแสดงเปียโนขนาดย่อมๆอะ เหอๆๆ
ไว้กูรวยๆก่อนนะ..

#1 By Top (58.8.247.215) on 2005-12-26 20:00

สุดยอดจริงๆ สร้างบ้านโดยที่ไม่ตัดต้นไม้ไปซักต้น ชอบตรงที่บอกว่า
รักต้นไม้กว่าบ้าน สุดยอดจริงๆ......
(รุปที่ 3 อ่ะ ที่มีรองเท้าด้วย มันคืออะไรเหรอ อ่างล้างเท้าก่อนเข้าบ้านเหรอ)

#2 By wakami on 2005-12-28 12:59

ช่ายแล้วหล่ะ รูปนั้นคืออ่างล้างเท้า

#3 By 1812 (61.90.98.226) on 2006-01-04 08:08

บ้านสวยมาก ถ้าวันนึงมีตังค์เยอะๆ อยากสร้างให้เตี่ยกับแม่อยู่อย่างสบายๆ เพราะทั้งสองชอบต้นไม้ ทุกวันนี้ท่านยังเหนื่อยกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนอยู่เลย...ขอบคุณค่ะ...ที่มีภาพบ้านในฝันแบ่งปันให้ดู

#4 By Narin Liawphairote (124.120.75.167) on 2006-04-03 15:19

อ๊า อร่ามจิต

#11 By me..VataN on 2008-01-04 22:04

เห็นแล้วปลื้มมากๆ
อยากเป็นสถาปนิกเก่งๆแบบนี้บ้างจัง

#12 By me..VataN on 2008-01-06 20:08

ผมอยู่แยกลำสาลี มา 8 ปีเเล้ว ผ่านไปประจำถ้าอยากเข้าชมจะติดต่อยังไง สนใจมากเป็นแบบบ้านที่กลมกลืนกับธรรมชาติที่สำคัญอยู่กลางความเจริญbig smile big smile

#13 By เจ (119.42.70.254) on 2008-02-16 14:34